Loading

พิษดอกเบี้ยพุ่งรายเล็กกระทบก่อน แบงก์ห่วงโรงแรม-อสังหาฯ-ขนส่

วันที่ : 17 มกราคม 2554
พิษดอกเบี้ยพุ่งรายเล็กกระทบก่อน แบงก์ห่วงโรงแรม-อสังหาฯ-ขนส่ง

การตัดสินใจขยับดอกเบี้ยนโยบายครั้งล่าสุด ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา รวมถึงการส่งสัญญาณชัดว่า การขึ้นดอกเบี้ยคงจะไม่หยุดแค่นี้ "เนื่องจากดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงที่ยังติดลบอยู่ 1% และ 1.6% ตามลำดับ ทำให้ระยะต่อไป กนง.ยังคงอยู่ในกระบวนการปรับขึ้นดอกเบี้ยให้อยู่ในภาวะปกติ" ซึ่งเป็นคำอธิบายของนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท. ขณะแถลงผลประชุม กนง.

สอดรับกับการประมาณการของสำนักวิเคราะห์หลายแห่งเห็นตรงกันถึงแนวโน้ม ดอกเบี้ยขาขึ้น ณ สิ้นปี 2554 จะอยู่ระหว่าง 2.75-3.25%

ปฏิกิริยาของภาคธนาคารนำโดยธนาคารกรุงเทพซึ่งประกาศขึ้นดอกเบี้ยในวันเดียวกับ กนง. โดยประกาศดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 0.125-0.25% เงินฝากประจำ 0.125-0.25% และขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก 0.25-0.375% มีผลวันที่ 13 ม.ค.เป็นต้นไป

 หลังจากการปรับของธนาคารกรุงเทพ ธนาคารขนาดใหญ่แห่งอื่นก็ขยับขึ้นดอกเบี้ยตามมา ธนาคารกสิกรไทยขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำ 0.10-0.50% และดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% และธนาคารไทยพาณิชย์ ขึ้นดอกเบี้ยตั๋วแลกเงินและเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำ 0.12-0.35% ต่อปี ดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้น 0.225-0.350% โดยดอกเบี้ยใหม่ของทั้ง 2 ธนาคารมีผลตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. ส่วนธนาคารอื่น ๆ คาดว่าจะมีการปรับขึ้น    ดอกเบี้ยตามมาเร็ว ๆ นี้

 ทั้งนี้ภายหลังการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2553 ต่อเนื่องถึงครั้งล่าสุดรวม 0.75% พบว่าธนาคารพาณิชย์ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามการส่งสัญญาณแตกต่างไปตามประเภทดอกเบี้ย โดยหากพิจารณาจากดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่  4 แห่ง พบว่า

ส่วนของเงินฝากนั้น เงินฝากออมทรัพย์ปรับขึ้น 0.125% เงินฝากประจำ 3 เดือน ปรับขึ้น 0.25-0.375% เงินฝากประจำ 6 เดือน ปรับขึ้น 0.5-0.625% ฝากประจำ 12 เดือน ปรับขึ้น 0.50% ฝากประจำ 24 เดือน 0.50-0.75%

ด้านดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ ดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) เพิ่มขึ้น 0.375% มาอยู่ที่ 6.375% ดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าเบิกเกินบัญชีชั้นดี (MOR) เพิ่มขึ้น 0.375% มาอยู่ที่ 6.625% และดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) เพิ่มขึ้น 0.50% มาอยู่ที่ 7.00%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ดอกเบี้ยนโยบายจะขยับขึ้น แต่ความสามารถในการทำกำไรจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ยังคงอยู่ในระดับที่ดี อย่างไรก็ตามการขยับขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายยังหมายถึงการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทต่าง ๆ ด้วย

นางสาวอารยา ภู่พานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธุรกิจสินเชื่อลูกค้ารายย่อยทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลต่าง ๆ ไม่น่าจะได้รับผลกระทบต่อทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นมากนัก แม้สินเชื่อกลุ่มนี้จะถูกกำหนดเพดานดอกเบี้ยเอาไว้ และต้นทุนการเงินเริ่มถูกปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม

นายอนุชาติ  ดีประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ ธนาคารธนชาต กล่าวว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อคงต้องปรับตามทิศทางเดียวกันกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

"บนคาดการณ์ที่ดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้นไป 1% ดอกเบี้ยลีสซิ่งคงขึ้นไม่ถึง เพราะไม่ได้ถูกอิงกันโดยตรง แต่เราต้องดูที่ต้นทุนแต่ละค่ายโครงสร้างต้นทุนต่างกัน"

สำหรับผลกระทบต่อลูกค้า นายอนุชาติ กล่าวว่า ในทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ยิ่งลูกค้าที่มีความพร้อม สามารถตัดสินใจซื้อได้เร็ว  ก็จะได้ประโยชน์ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูก อย่างไรก็ตามลูกค้าสินเชื่อลีสซิ่งไม่ค่อยมีความเสี่ยงเรื่องนี้มากนัก เพราะเป็นดอกเบี้ยคงที่ และสัญญาระยะสั้น 4-5 ปี     ดังนั้นดอกเบี้ยลีสซิ่งที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 0.25% จะกระทบให้ค่างวดรถเพิ่มขึ้นเพียงงวดละ 100 บาทเท่านั้น ถือว่าต่ำมากสำหรับคน    ที่มีความสามารถซื้อรถได้อยู่แล้ว

ด้านนายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นคงไม่น่ากระทบต่อลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีมากนัก เพราะโดยเฉลี่ยแล้วโครงสร้างต้นทุนธุรกิจเอสเอ็มอีจะมีดอกเบี้ยคิดเป็น 4% เท่านั้น

อย่างไรก็ตามผลกระทบนี้อาจมีต่อกลุ่มธุรกิจที่มีสินทรัพย์ถาวรมาก เช่น โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และขนส่ง ซึ่งสามารถปิดช่องความเสี่ยงนี้และลดต้นทุนนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้เหมาะสม ทั้งแบบ   ดอกเบี้ยคงที่ หรือแบบผ่อนยาว หรือแบบผ่อนน้อยช่วงแรก-ผ่อนเยอะขึ้นช่วงหลังก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภท

คาดธุรกิจขนาดใหญ่เร่งออกบอนด์

อย่างไรก็ตามธุรกิจขนาดใหญ่อาจคิดต่างจากธนาคารพาณิชย์ ภาระดอกเบี้ยอาจเป็นต้นทุนที่ขยับได้หลายครั้ง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธุรกิจขนาดใหญ่คงมีการออกหุ้นกู้เพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เพื่อล็อกต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายให้เป็นดอกเบี้ยคงที่ เนื่องจากดอกเบี้ยสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่คิดดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อธนาคารประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเริ่มเห็นทิศทางดอกเบี้ยว่าอยู่ในช่วงขาขึ้น จึงต้องปรับโครงสร้างทางการเงินใหม่ โดยหันไปออกหุ้นกู้เพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมาออกไปแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% เมื่อดอกเบี้ยในตลาดขยับขึ้นจึงไม่ได้ส่งผลกระทบ แต่ที่เป็นห่วงคือ ผู้ประกอบการรายเล็กที่ใช้แหล่งเงินกู้จากแบงก์เพียงทางเดียวต้องแบกภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นอัตโนมัติ

ในแง่ของผู้บริโภค ดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยแน่นอนในกลุ่มลูกค้าใหม่ แต่คาดว่าคงเป็นระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากการแข่งขันในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินในปัจจุบันค่อนข้างรุนแรง ลูกค้ากลุ่มนี้อาจได้รับอานิสงส์บ้างจากแคมเปญอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ระยะยาว ที่ยังมีให้เห็นต่อเนื่องผู้บริโภคกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการขึ้นของดอกเบี้ยมากที่สุดคือ กลุ่มลูกค้าที่ครบกำหนดการใช้ดอกเบี้ยคงที่และต้องปรับเปลี่ยนไปใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว

"สัมมากร-ธารารมณ์" เชื่อกระทบน้อย

นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีการประเมินกันว่า อัตราดอกเบี้ยตลอดปี 2554 น่าจะปรับขึ้นในช่วง 0.75-1% สำหรับผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยแบ่งแยกได้เป็น 2 กลุ่มคือ 1) กลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่จริงและมีความจำเป็นต้องซื้อบ้านในช่วงนี้ เชื่อว่ากลุ่มนี้คงมีผลกระทบในเชิงจิตวิทยาบ้าง คือเกิดความลังเลในช่วงแรก แต่ไม่ถึงขั้นชะลอการซื้อบ้านออกไปแน่นอน

นายคณิต ฉายรัตนอภิรมย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอสเตท จำกัด กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้นน่าจะมีผลกระทบบ้างในแง่จิตวิทยากับผู้ที่เตรียมหรือคิดจะซื้อบ้านในช่วงนี้ สะท้อนจากเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาปรากฏว่ามีลูกค้าที่ซื้อห้องชุดในโครงการคอนโดฯเดอะลิงค์ สุขุมวิท 50 ประมาณกว่า 10 ยูนิต ได้ขอให้ธนาคารเร่งดำเนินการพิจารณาปล่อยสินเชื่อที่ยื่นกู้เร็วขึ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ