Loading

ธปท.คลอดเกณฑ์คุมอสังหาฯ ล็อกคอสินเชื่อคอนโดฯ-บ้านเดี่ยว 90-95

วันที่ : 13 พฤศจิกายน 2553
ธปท.คลอดเกณฑ์คุมอสังหาฯ ล็อกคอสินเชื่อคอนโดฯ-บ้านเดี่ยว 90-95%

นายเกริก   วณิกกุล รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายเสถียรภาพสถาบันการเงิน    แถลงข่าวการออกมาตรการกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคาร  พาณิชย์ว่า ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจการก่อสร้างที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม   บ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮาส์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง   ส่งผลให้ตลาดสินเชื่อ

อย่างไรก็ตามแม้ว่ายังไม่เห็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า มีปัญหาฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ในช่วงที่ผ่านมา เริ่มเห็นแนวโน้มการแข่งขันการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้น   รวมถึงการแข่งขันในด้านการตลาดของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น   ซึ่งอาจจะผลักดันให้เกิดพฤติกรรมในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีความ  เสี่ยงมากขึ้น จากใน ช่วงที่ผ่านมา   ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่กำหนดให้วางเงินดาวน์ในการซื้อที่อยู่อาศัยไม่ต่ำกว่า   10% หรือมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value  หรือ LTV ratio) ในระดับ 90% ซึ่ง ธปท. มองว่าอยู่ในระดับที่ดี

มาตรการ  ที่ ธปท. ออกมาครั้งนี้จึงถือเป็นมาตรการป้องกัน   เพราะคนที่ยังเป็นปกติอยู่นั้น   สามารถมารับวัคซีนฉีดยาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้   แต่หากไม่สบายแล้วจะรักษายาก ถ้าให้ยาแรงอาจเกิดอาการช็อกได้นาย  เกริก กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น ในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์   ควรจะพิจารณาความสามารถในการแข่งขันในอนาคตของผู้ซื้อ   ที่จะมีภาระมากขึ้นหากในช่วงต่อไปอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของไทยเข้าสู่ขาขึ้น  ด้วย โดยหากคำนวณภาระการผ่อนส่งที่จะมากขึ้น พบว่า   หากในช่วงต่อไปอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น 1%   ภาระการผ่อนส่งของประชาชนจะเพิ่มขึ้นถึง 20% ถ้าดอกเบี้ยขึ้น 2%   ภาระจะเพิ่มขึ้น 40% ดังนั้น   การแข่งขันก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในอนาคต

มาตรการ  ที่ออกมาในครั้งนี้   เป็นการเพิ่มน้ำหนักความเสี่ยงในการสำรองเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง   (บีไอเอส) ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต้องกันสำรองเงินกองทุน   เมื่อปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้า   ซึ่งจะผลักดันให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันใน  อัตราที่ ธปท. เห็นว่าควรจะสนับสนุนและเหมาะสมต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รอง  ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า หากธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อตาม LTV ratio  ที่ ธปท. กำหนด ธปท. จะกำหนดค่าความเสี่ยงที่ต้องสำรองเงินทุนในระดับ 35% ของสินเชื่อที่ปล่อยไปเท่านั้น แต่หาก ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อโดยให้สัดส่วน LTV ratio เกินกว่าที่ ธปท. กำหนด   ค่าความเสี่ยงที่ต้อง กันสำรองเงินทุนจะเพิ่มเป็น 75% ของเงินที่ปล่อยกู้   หรือคิดเป็นเม็ดเงินที่ต้องสำรองประมาณ 1 เท่าตัว

โดยกำหนดสัดส่วน   LTV ratio เป็น 3 กรณี 1. สินเชื่อที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป   กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อโดยใช้ LTV ratio ที่สัดส่วน 80%   หรือต้องมีเงินดาวน์ ไม่ต่ำกว่า 20% ของมูลค่าหลักประกัน   ซึ่งกรณีนี้มีผลไปแล้วตั้งแต่ปี 2552 กรณีที่ 2   สินเชื่อคอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทลงมา   กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อโดยใช้ LTV ratio ที่สัดส่วน 90%   หรือต้องมีเงินดาวน์ ไม่ต่ำกว่า 10% ของมูลค่าหลักประกัน ยกเว้นข้าราชการ   และพนักงานรัฐวิสาหกิจ มีผลเฉพาะสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำสัญญาตั้งแต่ 1 ม.ค.   2554

กรณีที่ 3 สินเชื่อบ้านแนวราบ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์   ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท กำหนด LTV ratio ที่สัดส่วน 95% หรือมีเงิน   ดาวน์ไม่ต่ำกว่า 5% ของมูลค่าหลักประกัน   ยกเว้นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยมีผลเฉพาะ   สัญญาที่จะซื้อจะขายตั้งแต่ 1 ม.ค. 2555

นายเกริก กล่าวอีกว่า   มาตรการดังกล่าวที่ออกมานั้น ธปท.   ห้ามหรือไม่บังคับให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยเกินระดับที่   ธปท. มองว่าเหมาะสม แต่หากจะปล่อยสินเชื่อเกินระดับดังกล่าว   จะต้องมีเงินกองทุนรองรับที่เพิ่มขึ้น เช่น   เดิมหากธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อคอนโดมิเนียม 1 ล้านบาท คิดค่าความเสี่ยง   35% จะต้องสำรองเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ประมาณ 29,750  บาท  แต่หากให้สัดส่วน LTV ratio มากกว่าที่ ธปท. กำหนด   ค่าความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็น 75% ส่งผลให้สินเชื่อคอนโดมิเนียม 1 ล้านบาท   ธนาคารพาณิชย์จะต้องกันสำรองเพิ่มขึ้นเป็น 63,750 บาท.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ