Loading

ตรวจอาคารตัดราคาเละ-เหมาตึกละ3พันวิ่งชนคอนโดฯ-อพาร์ตเมนต์นับหมื่นหลั

วันที่ : 22 สิงหาคม 2553
ตรวจอาคารตัดราคาเละ-เหมาตึกละ3พันวิ่งชนคอนโดฯ-อพาร์ตเมนต์นับหมื่นหลัง

แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้กทม.ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของอาคารในเขตกทม. ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง10,000 ตารางเมตรเพื่อว่าจ้างผู้ชำนาญการเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยในอาคาร ตามที่กฎหมายตรวจสอบอาคารกำหนดพร้อมทั้งส่งรายงานผลการตรวจสอบต่อกทม. ภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2553 นี้ ซึ่งพบว่ามีจำนวนกว่า 2,000 อาคารจากทั้งหมด 7,000 อาคารทั่วประเทศ

อย่างไรก็ดี อาคารสูงขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร สูงเกิน 23เมตรขึ้นไป จะอยู่ในข่ายต้องตรวจสอบไปแล้วจำนวนกว่า 5,000 อาคาร ปัจจุบันแม้จะมีอาคารที่ค้างตรวจสอบโดยไม่ส่งรายงานกว่า 1,000 อาคาร โดยผู้ฝ่าฝืน ล่าสุดทั้งกทม.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ลงโทษตามที่กฎหมายของกรมโยธาธิการและผังเมืองกำหนด คือจำคุก 3เดือนปรับ 60,000 บาท และหากเพิกเฉยปรับวันละ 10,000 บาทจนกว่าจะดำเนินการมองว่ากฎหมายเกิดขึ้นเพราะต้องการให้วิศวกรมีรายได้มากกว่าเพราะทุกปีต้องมีการตรวจสอบ และมีแนวโน้มอาคารทั้งที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ  โรงงานอุตสาหกรรมจะขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ผ่านมา กทม.ไม่สามารถออกใบ ร.1 หรือใบรับรองความปลอดภัยในอาคารให้กับเอกชนกรณีอาคารขนาดใหญ่ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และอาคารสูงชุดแรกได้ เนื่องจากมีปัญหาว่าหลายอาคารมีความบกพร่อง ต้องแก้ไขบางรายวิศวกรผู้ตรวจสอบอาคารไม่เซ็นรับรองผลส่งผลให้กทม.ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้

 

ขณะที่นายธำรงปัญญาสกุลวงศ์นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า อาคารชุด อพาร์ตเมนต์ขนาด 5,000 ตารางเมตรไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร ส่วนใหญ่จะอยู่ในกทม. ส่วนต่างจังหวัดมีไม่มาก รวมแล้ว 6,000-7,000 อาคาร อย่างไรก็ดีโดยที่ผ่านมาก็ดีแม้กฎหมายไม่เข้มงวดต่อบทลงโทษและมีอาคารบางแห่งเพิกเฉยไม่ดำเนินการเพราะทราบว่าพวกเขาจะไม่รับโทษ แต่เจ้าของอาคารส่วนใหญ่ก็มีความตั้งใจที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐ  โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เน้นความปลอดภัยในอาคารเพราะมีผู้อยู่อาศัยนับ100 คนต่อ1 อาคาร แต่เรื่องค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบจะเป็นของนิติบุคคลอาคารชุดเพราะนอกเหนือจากผู้ประกอบการดูแลหรือ ขายโครงการไปหมดแล้วและนำค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากค่าตรวจสอบอาคารมาถัวเฉลี่ยผลักภาระให้กับผู้บริโภคเพื่อหักเป็นค่าใช้จ่ายจากทรัพย์ส่วนกลางต่อไป

 

ขณะที่ที่ผ่านมามีผู้ตรวจสอบอาคารในนามนิติบุคคล และในนามบุคคลได้วิ่งหาผู้ประกอบการและเจ้าของอาคารจำนวนมากโดยเฉพาะอาคารชุดเพื่อของานซึ่งขณะนี้มีการตัดราคากันรุนแรงมากโดยต่ำสุดเสนอขอเหมาแบบยกตึกเบ็ดเสร็จ แค่3,000 บาท ทั้งอาคารขนาดใหญ่และอาคารขนาด 5,000-ไม่เกิน10,000 ตารางเมตรซึ่งมองว่า ปริมาณผู้ตรวจสอบอาคารมีมากเกินกว่าอาคาร ส่วนบริษัทที่ลงทุนเครื่องมือและบุคลากรเฉพาะด้านจะเสียเปรียบด้านราคาเพราะเจ้าของอาคารก็ต้องเลือกรายที่ถูกที่สุดเพราะเขามั่นใจว่าอาคารมีความมั่นคงแข็งแรงอยู่แล้ว

 

นอกจากนี้มองว่ากฎหมายตรวจสอบอาคารไม่มีประสิทธิภาพในการใช้บังคับเพราะมีบทลงโทษแต่ท้องถิ่นไม่กล้าใช้และบางรายไม่กล้าเซ็นรับรอง เพราะบางอาคารมีระบบที่แย่จริงๆจนผู้ตรวจสอบไม่กล้าเซ็น ที่สำคัญกฎหมายนี้ออกมาเพื่อสนับสนุนวิศวกร สถาปนิกให้มีงานทำ มีรายได้เป็นกอบเป็นกำแม้จะมีการตัดราคา แต่ในแต่ละปีก็ย่อมมีลูกค้าในมือที่ต้องประสานงานให้ตรวจสอบต่อเนื่องทุกปี โดยยังไม่รวมรายใหม่ที่ต้องวิ่งเข้าหาลูกค้าพร้อมเสนอราคาตรวจสอบในราคาแบบถูกมากๆ โดยบริษัทผู้ตรวจสอบอาคารที่มีชื่อเสียงรายหนึ่ง ออกมาให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ผู้ตรวจสอบอาคารที่เป็นรายบุคคลมี2,000 ราย และในนามนิติบุคคล 100-200 ราย ปัจจุบันมีการตัดราคากันเละเทะ  โดยอาคารขนาดใหญ่10,000 ตารางเมตรขึ้นไปขอเหมาตึกแค่ 5,000 บาท ใช้เวลาตรวจเพียงวันเดียวก็มี บางรายมีแคมเปญจูงใจถึงขั้นจัดส่งเอกสารหลักฐานให้กทม.และรอรับใบร.1ให้ขณะที่ราคาปกติที่ผ่านมาจะอยู่ที่ 30,000-170,000 บาทต่ออาคารใช้เวลาตรวจ 2-3 วัน

 

ที่ผ่านมาภาครัฐเปิดกว้างเกินไป โดยในนามบุคคลเพียงคนเดียวมองว่าไม่น่าจะมีความรู้ในทุกด้านของอาคาร ทั้งงานก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า ฯลฯ แต่ก็สามารถรับงานได้ ส่วนในรูปบริษัทที่มีทีมงานครบทุกงานด้านวิศวกรรมมีการลงทุนทั้งบุคลากร อุปกรณ์ต่างๆ จะเสียเปรียบส่งผลให้มีผลกระทบตามมาและมีความเป็นไปได้กว่า80% ของผู้ตรวจสอบอาคารจะต้องล้มหายตายจาก เพราะไม่มีงานอีกปัญหาก็คือกทม.ไม่ยอมออกใบร.1ให้ กับเจ้า ของอาคารเพราะปริมาณงานตรวจสอบอาคารโดยไม่รวมกับการยื่นขออนุญาตอาคารมากองรวมศูนย์ที่กองควบคุมอาคารของกทม.หมดขณะที่เจ้าหน้าที่มีเพียงไม่กี่รายที่ผ่านมา เจ้าพนักงานจะใช้วิธีตีกลับรายงานการตรวจสอบอาคารว่าให้แก้ไขบ้างชื่อผิดบ้างแต่ตามข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีข้อบกพร่องอะไร ซึ่งเข้าใจว่ากทม.ทำงานไม่ทันและกฎหมายมีระยะเวลารัดคออยู่หากไม่พิจารณาออกใบร.1 ภายใน 60 วัน ให้ถือว่า อาคารนั้นถูกต้องและเกรงว่าจะมีความผิดและหากเกิดอะไรขึ้น หากลงนามรับรองลงไป.

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ