Loading

นายแบงก์ชี้ต่อม.ภาษีบ้านโครงการแบกต้นทุนอ่วม

วันที่ : 29 มีนาคม 2553
นายแบงก์ชี้ต่อม.ภาษีบ้านโครงการแบกต้นทุนอ่วม!

นายอภิบาติ อรรฆย์ฐากูร  ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินเชื่อเคหะ ธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) แสดงความเห็นกับ ดอกเบี้ยธุรกิจว่า การขยายเวลามาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ออกไปอีก 2 เดือน จะทำให้ภาระตกไปอยู่ที่ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากสัญญาเดิมหมดอายุในวันที่ 28 มีนาคม ทำให้คนซื้อและคอนขายอยากจะเร่งโอนให้เสร็จสิ้นก่อนหมดอายุ เพื่อลดภาระค่าธรรมเนียมทั้งการจดจำนอง และการโอน ซึ่งเป็นผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย

 

แต่เมื่อมีการยืดอายุมาตรการต่อไปอีก 2 เดือน ส่งผลให้คนซื้อบ้าน อาจจะเปลี่ยนใจชะลอการโอนบ้านออกไปอีก ทำให้ผู้ประกอบการมีภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการต่ออายุครั้งนี้ต่อเฉพาะในส่วนของผู้บริโภคเท่านั้น ไม่ได้ต่อในส่วนของผู้ประกอบการ ทำให้ในระยะข้างหน้าผู้บริโภคที่ต้องการซื้อบ้านในช่วงต่อไปอาจต้องแบกภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะมาอยู่ในรูปของราคาบ้านที่ปรับตัวสูงขึ้น

 

นอกจากนี้ ผลจากการต่ออายุมาตรการในช่วงแรกๆ อาจทำให้สินเชื่อที่ธนาคารอนุมัติให้กับลูกค้าชะลอเวลาโอนบ้าน อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาตรการนี้จะมาช่วยผลักดันยอดสินเชื่อในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ทำให้ทั้งยอดการขอสินเชื่อและยอดการโอนบ้านมีจำนวนมากขึ้น

 

ด้านนายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายผลิตภัณฑ์สินเชื่อลูกค้าบุคคลธนาคารไทยพาณิชย์ (SCIB) กล่าวกับ ดอกเบี้ยธุรกิจว่า การยืดอายุมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ออกไปอีก 2 เดือน ถือเป็นเรื่องที่ดี และยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงที่มีปัจจัยลบทางด้านการเมือง อย่างไรก็ตาม การต่ออายุมาตรการจะต้องพิจารณาภาพรวมใหญ่ๆ 2 ประเด็นด้วยกัน ข้อแรก คือ การต่อมาตรการแล้วดีหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือดีในแง่ภาพรวม เพราะการต่ออายุมาตรการทำให้ไตรมาสที่ 1 คนที่ซื้อบ้านแต่ยังไม่ได้โอนจะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 2 และเป็นผลพวงให้ยอดบ้านพร้อมโอนในไตรมาสที่ 2 มีปริมาณเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน คนที่ซื้อบ้านแต่พร้อมโอนในเดือนมิ.ย.พอเห็นมาตรการภาษีลดหย่อนก็จะเร่งโอนให้ทันก่อนหมดอายุมาตรการ ดังนั้น การต่อมาตรการจะช่วยเพิ่มสัดส่วนยอดขายในแง่ของจำนวนยูนิตให้มากขึ้น

 

ส่วนข้อสอง การต่อมาตรการภาษีของรัฐบาลครั้งนี้ เป็นการต่อเพียงแค่ 2 มาตรการ คือการลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% แต่ไม่ได้ต่อมาตรการภาษีธุรกิจเฉพาะของผู้ประกอบการที่เรียกเก็บในอัตรา 3.3% จึงเป็นการต่อมาตรการแค่ครึ่งเดียว  คือ ต่อในฝั่งผู้บริโภคหรือผู้ที่ซื้อบ้าน ซึ่งการต่อมาตรการแบบครึ่งเดียวจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากอัตราภาษีของผู้ประกอบการไม่ได้ลดลง แต่กลับทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ช่วงครึ่งปีหลังมี 2 ปัจจัยเข้ามากระทบต่อผู้ที่ซื้อบ้าน คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และราคาบ้านที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ธนาคารพิจารณาหลังจากรัฐบาลต่อมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ คือ หาวิธีการดำเนินงานตามปริมาณของงานที่เกิดขึ้นโดยกำหนดให้พนักงานทุกคนที่อยู่ในขั้นตอนกระบวนการทำหน้าที่ให้เหมาะสมกับมาตรการและช่วงเวลา เพื่อรองรับปริมาณยอดสินเชื่อที่คาดว่าจะเข้ามาพุ่งขึ้นสูงสุดในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยทุกขั้นตอนจะต้องมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

ขณะที่การแข่งขันของระบบสถาบันการเงินในช่วงมีมาตรการภาษี คิดว่ายังคงแข่งขันในด้านราคาเหมือนทุกครั้ง และเป็นเรื่องปกติมากเพราะลูกค้าสามารถเลือกใช้เงื่อนไขที่ชอบได้ เช่น ลูกค้าอยากได้อัตราดอกเบี้ยคงที่ อัตราดอกเบี้ย 0% หรืออัตราดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถเลือกใช้สถาบันการเงินที่เสนอเงื่อนไขที่ดีที่สุดได้ ถ้าลูกค้าไม่ชอบก็สามารถรีไฟแนนซ์ย้ายไปแห่งอื่นได้

 

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยกับ ดอกเบี้ยธุรกิจว่า การต่อมาตรการภาษีออกไปอีก 2 เดือน แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานนัก แต่ก็เป็นผลดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เปรียบเหมือนธุรกิจต้นน้ำ ที่จะสร้างประโยชน์ต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีกหลากหลาย เช่น ภาคการก่อสร้าง รับเหมา และช่วยให้เกิดการจ้างงาน

 

ขณะเดียวกัน การต่อมาตรการดังกล่าว ยังช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคักได้อีกระลอกหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมจะมียอดโอนบ้านพร้อมอยู่จำนวนมากขึ้น ซึ่งเป็นยอดที่ยังค้างอยู่ในระบบจำนวนกว่า 10,000 ราย หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยคิดเป็นเงินที่ภาครัฐจะช่วยชดเชยประมาณ 900 ล้านบาท หรือประมาณ 6% ของวงเงินการโอนและจดจำนองทั้งหมด

 

สำหรับธนาคารกสิกรไทย จะออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีทั้งเงื่อนไขของอัตราดอกเบี้ยและของพรีเมี่ยมต่างๆ พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อให้มีความรวดเร็วและฉับไว เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าส่วนการแข่งขัน เชื่อว่าการแข่งขันด้านราคาก็ยังคงมีอยู่และมีอยู่ตลอดไป เพราะเป็นการแข่งขันเพื่อดึงตลาดฐานลูกค้าเอาไว้ให้ได้นานที่สุด"

ที่มา : หนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ 2001

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ