Loading

“”เกียรติ”” แย้มต่ออายุภาษีอสังหา กรณ์รับปากอัดงบอุ้มบ้านมั่นค

วันที่ : 12 กุมภาพันธ์ 2553
“”เกียรติ”” แย้มต่ออายุภาษีอสังหา กรณ์รับปากอัดงบอุ้มบ้านมั่นคง

นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ซึ่งรัฐบาลปีนี้ประเทศไทยจะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เติบโตอยู่ที่ประมาณ 3.5-4% ส่วนในเรื่องของปัจจัยเสี่ยงที่น่ากังวลยังคงมีอยู่เรื่องเดียวคือ ความไม่แน่นอนทางการเมือง อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เช่น การประกาศโครงการขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า 12 เส้นทาง รวมระยะยาง 425 กิโลเมตร วงเงิน 800,000 ล้านบาท ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลดี กระตุ้นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพราะจะทำให้เกิดการลงทุนและมีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น

 

                ส่วนการต่อภาษีอสังหาริมทรัพย์ที่จะหมดอายุลงในเดือน มี.ค.นี้ มีความเป็นไปได้ที่ภาครัฐจะต่อมาตรการดังกล่าวต่อไป เพื่อเป็นการส่งไม้ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ภาคเอกชน พร้อมกันนี้ ภาครัฐอยู่ระหว่างดำเนินการปรับเกณฑ์สัดส่วนการถือครองหุ้นของต่างชาติในอสังหาริมทรัพย์ จากปัจจุบันกำหนดให้ต่างชาติถือครองหุ้นในภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ 49% ในการถือเช่าคอนโดมีเนียม ซึ่งอยู่ระหว่างให้กรมที่ดินไปปรับเกณฑ์ใหม่ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือครองของต่างชาติให้มากขึ้น

 

                นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีโอกาสเติบโตมากกว่าที่ประมาณการไว้ในต้นปีที่ 5-10% เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่ภาครัฐจะต่อภาษีอสังหาริมทรัพย์ออกไป จึงส่งผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบให้การซื้อบ้านใหม่มีความคึกคักมากขึ้น โดยคาดว่าตลาดบ้านที่จะได้รับความนิยมมากที่สุดในปีนี้จะเป็นคอนโดมิเนียม ราคา 50,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร และบ้านเดี่ยวราคา 2-3 ล้านบาท

 

                ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรมีแผนจับมือกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยและสมาคมอาคารชุดไทย ยื่นหนังสือต่อรัฐบาลและกระทรวงการคลังเพื่อขอรื้อโครงสร้างภาษีอสังหาริมทรัพย์ใหม่ทั้งหมด เพราะในปัจจุบันผู้ที่ต้องการซื้อบ้านใหม่ต้องเสียภาษีประมาณ 10% จึงอยากให้ภาครัฐทบทวนภาษีใหม่ทั้งหมด เพราะหากลดภาษีได้ในอัตราที่เรียกเก็บดังกล่าว อาจทำให้ราคาบ้านถูกลงประมาณ 10% ซึ่งเป็นผลดีต่อคนต้องการซื้อบ้านใหม่ ส่วนผลการยื่นหนังสือต่อกระทรวงการคลัง ให้ต่ออายุมาตรการลดภาษีอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ยื่นหนังสือไปให้แล้วเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา ยังไม่ให้คำตอบแต่อย่างใด

 

                ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ก.พ.นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีมอบเงินให้สินเชื่อจำนวน 3,000 ล้านบาท ซึ่งจัดสรรจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เพื่อสมทบกับกองทุนที่ดินของชุมชนในการดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัย หรือโครงการบ้านมั่นคง ที่จะคิดดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อนชำระ 15 ปี โดยจัดสรรผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สำหรับการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ และซื้อที่ดินบางส่วน

 

                สำหรับพิธีดังกล่าวจะมีชุมชนเข้าร่วมรับสินเชื่อ 81 โครงการ 6,280 ครัวเรือน โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่รัฐบาลได้ตกลงอนุมัติวงเงินสินเชื่อ 3,000 ล้านบาท ให้แก่ พอช. ซึ่งทาง พอช.ได้อนุมัติสินเชื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยที่จะใช้งบประมาณจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งไปแล้วเป็นวงเงิน 928.60 ล้านบาท จำนวน 6,280 ครัวเรือน และอยู่ในระหว่างดำเนินการอีก 2,079 ครัวเรือน วงเงินสินเชื่อ 388.38 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะให้คำมั่นว่าจะจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการบ้านมั่นคง โดยใส่ไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554-2555 รวมอีก 3,000 ล้านบาท เพื่อให้โครงการดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ