Loading

จี้รัฐรื้อโครงการสร้างภาษีอสังหา

วันที่ : 12 มกราคม 2553
จี้รัฐรื้อโครงการสร้างภาษีอสังหาฯ

นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยถึงนโยบายลดหย่อนภาษีอสังหาริมทรัพย์ควรมีต่อไหม ในงานเสวนาเรื่องนโยบายที่อยู่อาศัยประเทศไทย ปี 2553 ว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ค่าธรรมเนียมจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% และภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.11% เห็นควรให้มีการต่ออายุเพื่อกระตุ้นดีมานด์และผลักดันให้ภาคอสังหาฯและธุรกิจที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนต่อไป โดยทั้ง 3 สมาคมอสังหาฯจะเสนอเรื่องให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณาในปลายเดือนมกราคมนี้

 

                ทั้งนี้ การต่ออายุมาตรการจะเป็นประโยชน์ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการในระยะสั้น โดยดูได้จากยอดขายที่อยู่อาศัยทุกประเภททั้ง กทม. และปริมณฑลเมื่อปลายปี 2552 มีประมาณ 85,000 หน่วย เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่มีประมาณ 82,000 หน่วย เนื่องจากมีหลายปัจจัยบวก เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี อัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างไรก็ดี การลดหย่อนภาษีย่อมทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ อยากให้กระทรวงการคลังจัดทำโมเดลเปรียบเทียบรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ภาครัฐได้รับจากการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอให้ปรับลดระดับมาตรการภาษีเป็นขั้นบันไดเพื่อกระตุ้นดีมานด์อย่างต่อเนื่อง แต่ในระยะยาวหากมีการนำภาษีที่ดินใหม่มาใช้ ภาครัฐก็ควรทบทวนให้มีการปรับโครงสร้างการเสียภาษีของธุรกิจอสังหาฯใหม่ เนื่องจากมีความซ้ำซ้อน ทำให้ผู้ซื้อบ้านต้องรับภาระทั้งหมด

 

                สำหรับแนวโน้มอสังหาฯในปี 2553 ทั้งผู้ประกอบการและผู้ซื้อบ้านควรระวังปัจจัยเสี่ยงโดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมือง ปัจจัยด้านดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มจะปรับอัตราขึ้นในไตรมาส 2 และ 3 ซึ่งจะมีผลต่อกำลังซื้อและการผ่อน ภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ต้องควบคุมค่าใช้จ่าย ดังนั้น การซื้อบ้านจะลดลง ขณะเดียวกันมองว่าการที่โครงการไทยเข้มแข็งเริ่มช้าจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจอสังหาฯ เนื่องจากการใช้วัสดุก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานไม่มาก วัสดุอาจปรับราคาไม่มาก เพราะมีการนำเข้าจากประเทศจีน แต่เชื่อว่าธุรกิจอสังหาฯจะสามารถขับเคลื่อนไปได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ