Loading

ไทย-เทศตอมเมืองใหม่บางพล

วันที่ : 7 มกราคม 2553
ไทย-เทศตอมเมืองใหม่บางพลี

นายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ(กคช.) เปิดเผย""ฐานเศรษฐกิจ""ว่า ขณะนี้การเคหะฯมีแผนนำที่ดินภายในโครงการเมืองใหม่บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ  จำนวนกว่า 1,166-3-94  ไร่   จากทั้งหมด กว่า 5,000 ไร่   ออกพัฒนาเชิงพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร  อาทิ  ห้างสรรพสินค้า คอมเพล็กซ์  ศูนย์การค้า โรงพยาบาล อาคารพาณิชย์  ตลาดติดแอร์ ตลาดสด  ร้านสะดวกซื้อ  อาคารสำนักงาน  ทาวน์โฮม  สถานประกอบการเอสเอ็มอี แฟกตอรี่ ตลอดจนที่อยู่อาศัยระดับบน ประกอบด้วย บ้าน  และคอนโดมิเนียม ราคาไม่ต่ำกว่า  1,000,000 -3,000,000 บาทเป็นต้น

 

                ทั้งนี้ เพื่อรองรับ ชุมชนเมืองใหม่บางพลีซึ่งปัจจุบันเป็นเคหะชุมชนระดับกลาง-ล่างขนาดใหญ่  ที่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ รวมถึง แปลงที่ดินสามารถสร้างมูลค่าได้  เนื่องจากรัศมีของทำเลอยู่ใกล้กับ สนามบินสุวรรณภูมิ  นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนพัฒนาระบบขนส่งคมนาคมครบวงจร 5โครงการ ได้แก่ ทางพิเศษสุวรรณภูมิ เชื่อมต่อศูนย์กลางกรุงเทพมหานคร กับสนามบินสุวรรณภูมิ เส้นทางรถบรรทุกเข้าสู่สนามบินทางตอนเหนือและตะวันออก ถนนสายหลักเชื่อมทิศเหนือ-ใต้-ออก-ตกของสนามบินสุวรรณภูมิ

 

                นอกจากนี้ยังเป็นทำเลที่อยู่ใกล้กับ โครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส อ่อนนุชแบริ่ง ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว แบริ่ง-สมุทรปราการ ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว บางปิ้ง-บางปู  รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์   ฟีดเดอร์ เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน  ถนนบางนา-ตราด มีระยะทางยาว ประมาณ 12กิโลเมตรผ่านอำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ   ถนนเทพารักษ์  ถนนสุขุมวิท ถนนสุขุมวิท-ถนนเทพารักษ์ ถนนศรีนครินทร์ และถนนคลองด่านบางพลี  ฯลฯ   ซึ่งสามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ให้เกิดประโยชน์ในอนาคต และหารายได้เข้าการเคหะฯได้เป็นอย่างดี       

 

                นายศิริโรจน์กล่าวอีกว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่ดินผืนใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้าของโครงการเคหะชุมชนเมืองใหม่บางพลี  มีจำนวน 11 แปลง  แปลงใหญ่สุดมีเนื้อที่กว่า 300 ไร่ ซึ่งการเคหะฯได้กันพื้นที่ส่วนนี้ไว้ พัฒนาเชิงพาณิชย์หากมีประชาชนเข้าอยู่อาศัยเต็มพื้นที่แล้ว  สำหรับแผนพัฒนาตามแผนแม่บทพัฒนาโครงการเมืองใหม่บางพลี กำหนดระยะเวลาพัฒนา 5 ปี  ใช้งบประมาณลงทุนทั้งสิ้น กว่า 10,000 ล้านบาท โดยเริ่มจากปีงบประมาณ 2554 ( ตุลาคม 2553-กันยายน 2554) ถึงปีงบประมาณ 2558 ( ตุลาคม 2557-กันยายน 2558) แบ่งระยะเวลาดำเนินการออกเป็น ช่วงปีที่ 1-2 พัฒนาที่ดินแปลงที่ 1 แปลงที่ 1.1 แปลงที่ 2 และแปลงที่ 4  และช่วงปีที่ 2-5 พัฒนาที่ดินแปลงที่ 3 แปลงที่ 3.1 แปลงที่ 5 แปลงที่ 6 แปลงที่ 7 แปลงที่ 8 และแปลงที่ 9 

 

                โดยกำหนด 3 รูปแบบการลงทุน ได้แก่ แนวทางที่ 1 การเคหะฯลงทุนเอง แนวทางที่ 2  เอกชนร่วมลงทุนกับการเคหะฯและแนวทางที่ 3 การเคหะฯให้เอกชนเช่าพื้นที่ และจัดสรรรายได้ให้กับการเคหะฯ   ซึ่งขณะนี้มีเอกชนทั้งบริษัทพัฒนาที่ดิน ผู้ประกอบการด้านธุรกิจค้าปลีกทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจหลายราย   

 

                สำหรับแปลงที่ 1  เนื้อที่ 87-1-22 ไร่  ตั้งอยู่บนถนนสายหลักสองสาย ได้แก่ ถนนสายหลักของการนิคมอุตสาหกรรมบางพลี และถนนเทพารักษ์ มีความสะดวกในการเข้าถึงสูงสามารถมองเห็นได้ง่าย ซึ่งที่ดินแปลงนี้จะจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับห้างสรรพสินค้าประเภท Modern Trade ประเภทดิสเคาต์สโตร์ และพาณิชยกรรมประเภทสำนักงานที่เกี่ยวเนื่องกับนิคมอุตสาหกรรม และการขนส่งทางอากาศ  Office Park ,Air Freight Office 

 

                ที่ดินแปลงที่ 1.1 เนื้อที่ 20-1-39 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนเทพารักษ์ มีความสะดวกในการเข้าถึงสูง สามารถมองเห็นได้ง่าย ซึ่งแปลงดังกล่าวจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับ Outlet  และประเภทพาณิชยกรรมประเภทเอสเอ็มอี และออฟฟิศ

 

                ที่ดินแปลงที่ 2 เนื้อที่ 52-1-78 ไร่   ตั้งอยู่บนถนนเทพารักษ์  บริเวณที่ติดถนน เหมาะสำหรับพัฒนาเป็นค้าปลีก เช่น Factory Outlet RetallFood &Services ซึ่งต่อเนื่องมาจากตลาดยิ่งเจริญ  ส่วนที่ดินด้านในเหมาะสำหรับพัฒนาเชิงพาณิชย์ และที่อยู่อาศัย

 

                ที่ดินแปลงที่ 3 เนื้อที่ 375-0-5ไร่ เป็นที่ดินแปลงขนาดใหญ่ สภาพที่ดินเป็นที่ราบลุ่มและได้ขุดคลองระบายน้ำและสระขนาดใหญ่  ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของที่ดินแปลงนี้ จะจัดให้เป็นที่พักอาศัยพร้อมส่วนสาธารณูปโภคเช่นสวนสาธารณะ โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนชั้นประถม โดยจะจัดทำผังกำหนดโซนสวนโรงเรียนและตัดแบ่งที่ดินออกเป็นกลุ่มย่อยเพื่อให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สนใจลงทุนเข้ามาประมูลเสนอโครงการ ซึ่งขณะนี้มีเอชนหลายรายสนใจเข้าร่วมประมูล

 

                ที่ดินแปลงที่ 3.1 เนื้อที่ 78-0-87 ไร่ ที่ดินส่วนนี้เป็นที่ดินต่อเนื่องกับโซนสาธารณูปโภคตามผังแม่บทพัฒนาเมืองใหม่บางพลี ซึ่งในเบื้องต้นจะกำหนดให้เป็นส่วนอำนวยความสะดวกแก่ชุมชนโดยจะจัดเป็นที่จอดรถขนาดใหญ่เพื่อลดความแออัดของการจราจรและดึงลูกค้าเข้ามาในพื้นที่กลุ่มร้านค้าปลีกเช่น คอมมิวนิตีมอลล์ ตลาดนัดซันเดย์ มาร์เก็ต และบางส่วนจะกำหนดให้เป็นอาคารพาณิชย์

 

                ที่ดินแปลงที่ 4 เนื้อที่ 234-0-68 ไร่  กำหนดให้เป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย ด้านเทคโนโลยีที่จะผลิตช่างเทคนิคระดับปริญญาหรือต่อยอดวิศวกรเพื่อป้อนโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ที่ดินแปลงที่ 5 เนื้อที่ 123-3-52ไร่ พื้นที่บางส่วน จะจัดให้เป็นหอพักสำหรับนักศึกษาส่วนที่ดินที่เหลือ จะเป็นพัฒนาเพื่ออยู่อาศัยที่ดินแปลงที่ 6 เนื้อที่ 65-1-22 ไร่   กำหนดให้เป็นอาคารพาณิชย์โฮมออฟฟิศ ทาวน์เฮาส์ สถานประกอบการเอสเอ็มอี ที่ดินแปลงที่ 7 เนื้อที่ 47-2-38 ไร่ กำหนดให้เป็นที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม เช่นสถานประกอบการเอสเอ็มอี โฮมออฟฟิศ ทาวน์เฮาส์ สำหรับส่วนที่อยู่ติดกับถนนจะเป็นอาคารประเภทตึกแถวหรือ Shophouse

 

                ที่ดินแปลงที่ 8 เนื้อที่ 69-1-40ไร่ที่ดินแปลงนี้ถูกกำหนดให้เป็นส่วนของสาธารณูปโภคซึ่งจะเป็นสวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สนามกีฬา และสถานีอนามัย ที่ดินแปลงที่ 9 เนื้อที่ 13-2-43ไร่ ที่ดินแปลงนี้มีเนื้อที่ขนาดเล็กและสภาพแวดล้อมทั่วไปเป็นที่พักอาศัยราคาถูก ดังนั้นจึงจัดให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยและประเภทให้เช่า

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ