Loading

ซื้อ-ขายอสังหาฯ เงินสด 2 ล้าน กำหนดโบรกเกอร์ต้องแจ้ง ปปง

วันที่ : 22 ธันวาคม 2552
ซื้อ-ขายอสังหาฯ เงินสด 2 ล้าน กำหนดโบรกเกอร์ต้องแจ้ง ปปง.

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2552 ในมาตรการ 16 (4) ให้ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ จะต้องรายงานการทำธุรกรรมต่อสำนักงานในกรณีเป็นธุรกรรมที่ใช้เงินสดมีจำนวนเกินกว่าที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ หรือเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย และมีบทลงโทษในมาตรา 62 ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละ 5,000 บาทตลาดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง โดย พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552

 

                นพ.สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมได้ส่งตัวแทนของสมาคมเข้าร่วมประชุมและสัมมนาอย่างต่อเนื่องกับ ปปง.โดยส่งบทสรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2552 เพื่อมาเป็นหลักปฏิบัติ จากสมาคมนายหน้าอสังหาริทรัพย์เสนอต่อ ปปง.

 

                ทั้งนี้ ภาครัฐได้กำหนดให้ธุรกิจนายหน้าเป็นธุรกิจที่ต้องอยู่ในความดูแลของสำนักป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพราะภาครัฐมองว่าธุรกิจดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของเหล่ามิจฉาชีพที่ต้องการเปลี่ยนเงินสีเทาให้เป็นสีขาว โดยหากพบว่ามีการนำเงินสดมูลค่าถึง 2 ล้านบาทมาซื้อบ้าน ผู้ประกอบการนายหน้าที่ขายบ้านจะต้องทำรายงานส่งไปยัง ปปช.เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินนั้น และถ้าหากมีการนำเงินสดมาซื้อบ้านให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นพวกฟอกเงิน

 

                โดยขณะนี้ ปปง.อยู่ระหว่างการร่างกฎกระทรวงคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ในปีหน้า ส่วนรายละเอียดที่ชัดเจนยังไม่สามารถตอบได้ เท่าที่ทราบจะมีการบังคับใช้กับนายหน้าบ้านที่อยู่ในรูปของนิติบุคคล หากเป็นบุคคล ต่อมามีการตรวจสอบพบว่ามีการขายบ้านให้แก่ผู้ที่ต้องการฟอกเงินก็จะพิจารณาเป็นรายบุคคล สำหรับโทษของนายหน้าที่ไม่ได้ส่งรายงานเข้าข่ายให้ ปปง.ทราบจะมีความผิดคือ ถูกปรับ 3 แสนบท และถูกปรับเป็นรายวันอีกวันละ 3,000 บาท ไปจนกว่าจะทำรายงานเสร็จสิ้น จริงๆ แล้วแทบไม่มีใครกำเงินสดใส่กระเป๋ามาซื้อ หรือหากมีการซื้อสดก็จะจ่ายผ่านระบบธนาคารนพ.สมศักดิ์ ให้ความเห็น

 

                ทั้งนี้ ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงผู้ประกอบการอาชีพนายหน้า เพราะ พ.ร.บ.ฉบับนี้เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรงและมีบทลงโทษค่อนข้างสูง ทางสมาคมได้ชี้แจงประชาสัมพันธ์ไปยังสมาชิกแล้ว แต่มีสมาชิกหรือผู้ประกอบอาชีพนายหน้าอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ทราบและไม่เข้าใจในวิธีการปฏิบัติโดยเฉพาะนายหน้าที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคม หรืออยู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมืองใหญ่ เช่น ภูเก็ต พัทยา เกาะสมุย ฯลฯ

 

ยอดขายบ้านมือสองโต 25% สวนทางศก.

 

                นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตลาดบ้านมือสองในปีนี้ถือเป็นปีที่ดีที่สุด มีการเติบโต 25% จากปีที่ผ่านมาหรืออยู่ราว 40,000-50,000 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้าหากไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงน่าจะเติบโตได้อีก 25% ซึ่งในฐานะนายกสมาคมอยากให้ภาครัฐให้การสนับสนุนบ้านมือสอง เช่น ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนบ้านมือสองเป็นระยะเวลา 5 ปี เพราะเป็นการนำบ้านเก่ากลับมาใช้ประโยชน์ ซึ่งหาภาครัฐสนับสนุนดังกล่าวจะทำให้เกิดธุรกิจซื้อบ้านไปปรับปรุงและนำกลับมาขายใหม่ทำให้บ้านเก่าถูกกลับมาขายในตลาดอีกครั้งและเกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน

 

                ปัจจุบันบ้านมือสองได้รับการยอมรับจากประชาชนมากขึ้น ทั้งเรื่องทำเลที่อยู่ใกล้เมืองทำให้ประหยัดพลังงานและเวลาในการเดินทาง รวมทั้งมีความหลากหลายด้านราคา รูปแบบบ้าน ฯลฯ หากรัฐบาลให้ความสำคัญและกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นจะมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง เนื่องจากการซื้อ-ขายบ้านมือสอง ทำให้เจ้าของบ้านนำเงินออกมาใช้จ่าย ในขณะที่ผู้ซื้อบ้านจะต้องมีการปรับปรุง ซ่อมแซม ก่อสร้างต่อเติม ฯลฯ ทำให้เกิดการจ้างงานและการหมุนเวียนของธุรกิจอื่นๆ ตามมา หากรัฐต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจถึงประชาชนอย่างแท้

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 

 

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ