Loading

ธปท.ชี้เงินเฟ้อทั้งปี1.4

วันที่ : 2 กันยายน 2552
ธปท.ชี้เงินเฟ้อทั้งปี1.4%

         คาดเงินเฟ้อพื้นฐานไตรมาส 3 อยู่ที่ 0.5% ภายในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐานใหม่ 0.5-3.0% และทั้งปีจะอยู่ที่ 1.4% โดยเชื่อว่าปี 53 จะกลับมาอยู่ที่ค่ากลาง 1.75% ยัน กนง. ไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ย

          นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานไตรมาส 3/52 ที่ไม่รวมราคาน้ำมันและอาหารสดจะอยู่ที่ 0.5% ซึ่งถือว่ายังอยู่ภายในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐานใหม่ที่กำหนดไว้ในระดับ 0.5-3.0% จากเดิม 0.0-3.5% ขณะที่ไตรมาส 4/52 เงินเฟ้อพื้นฐานอาจลดลงต่ำกว่าเป้าหมายอยู่ที่ 0.3% เนื่องจากฐานของเงินเฟ้อพื้นฐานเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ในระดับสูง ประกอบกับความต้องการในการอุปโภคบริโภคลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว คาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ 1.4% และเชื่อว่าปี 53 จะกลับมาอยู่ที่ค่ากลาง 1.75% ได้

          การปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่อยู่ที่ 0.5-3.0% อยู่ในระดับที่ไม่สูงจนเป็นแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ถือว่าสอดคล้องกับประเทศคู่ค้าและคู่แข่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของไทยได้ โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินด้วยการลดดอกเบี้ย

          ทั้งนี้ คาดว่าปลายปีเงินเฟ้อพื้นฐานจะหลุดเป้าหมายที่กำหนด แต่เชื่อว่าจะเป็นการลดลงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้ลงต่อเนื่อง จึงไม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ย เพราะจะยิ่งสร้างความสับสนและเกิดความผันผวนในตลาด ซึ่งในระยะข้างหน้าคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีปัจจัยอะไรที่สร้างแรงกดดันอย่างถาวรต่อเงินเฟ้อหรือไม่ เพื่อดูแลให้เงินเฟ้อในระยะยาวมีเสถียรภาพต่อระบบการเงิน ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่อง

          อย่างไรก็ดี ประเทศที่ใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อในการดำเนินนโยบายการเงินจะไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายตามปัจจัยที่ส่งผลชั่วคราวหรือปัจจัยที่มาจากนโยบาย และไม่ได้เกิดจากกลไกตลาด ซึ่ง กนง. ดำเนินนโยบายการเงินโดยพิจารณาถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อในระยะ 8 ไตรมาสข้างหน้า รวมถึงข้อมูลปัจจัยรอบด้านประกอบการตัดสินใจ ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมาถือว่า กนง. สามารถรักษาเสถียรภาพเงินเฟ้อให้เป็นไปตามกรอบที่วางไว้ได้ค่อนข้างดี

          นายไพบูลย์กล่าวว่า ปลายปี 52 ธปท. จะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อปี 53 ใหม่ แต่โดยทั่วไปประเทศที่มีนโยบายกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อจะไม่เปลี่ยนแปลงกรอบเป้าหมายบ่อยครั้ง เพราะอาจสร้างความสับสน เนื่องจากเป็นเรื่องของเสถียรภาพด้านราคา

          นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐานปี 52 จาก 0.0-3.5% เป็น 0.5-3.0% แล้ว ธปท. และ กนง. คงต้องกำหนดนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายใหม่ ซึ่งคลังไม่ต้องการชี้นำว่า ธปท. จะต้องปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่หลังจากได้ปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐานใหม่แล้ว แต่เป็นสิ่งที่ ธปท. จะดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายที่เสนอมา

          อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. ถือว่ามีความสอดคล้องกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล จากการที่ ธปท. ได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายมาแล้ว 2.25% สะท้อนถึงมุมมองของ ธปท. ต่อปัญหาเศรษฐกิจ

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ