Loading

แบงก์ขนเอ็นพีเอขายหั่นราคา 50

วันที่ : 26 มิถุนายน 2552
แบงก์ขนเอ็นพีเอขายหั่นราคา 50%

นางสาวกรองทอง การุณย์นราทร ผู้จัดการฝ่ายทรัพย์สิน ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารได้นำทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 2,000 รายการ มูลค่า 7,000 ล้านบาทร่วมงานมหกรรมอสังหาริมทรัพย์และบ้านมือสอง โดยเป็นทรัพย์ที่ลดพิเศษ 155 รายการ ราคาปรับลดพิเศษ 10-40% แม้ว่าจะเป็นส่วนลดปกติที่ธนาคารนำทรัพย์ออกมาขาย แต่ในปีนี้ราคาขายเอ็นพีเอของธนาคารก็ได้ปรับลดลงมาตามภาวะเศรษฐกิจอยู่แล้ว ดังนั้นหากลูกค้าที่ต้องการซื้อเอ็นพีเอ เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อลงทุนในปีนี้จึงถือว่าจะได้ราคาที่ต่ำเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำและสิทธิพิเศษด้านภาษีทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่ามากในปีนี้

 

                ทั้งนี้สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะมีการจัดงานมหกรรมอสังหาริมทรัพย์และบ้านมือสอง ครั้งที่ 8 (NPA grand sale) ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค.นี้ ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมี 14 สถาบันการเงิน เข้าร่วมแสดงสินค้าและบริการ พร้อมกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีก 6 แห่ง บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ 2 แห่ง

 

                นายอัสนี ทรัพย์วณิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ร่วมงาน โดยจะนำทรัพย์มาขายในนี้ประมาณ 1,600 แปลง มูลค่า 2,600 ล้านบาท โดยลดราคาสูงสุด 30% วงเงินกู้สูงสุด 110% อัตราดอกเบี้ยปีแรก 0% หลังจากนั้นเอ็มแอลอาร์ลบ 0.25% ตั้งเป้ายอดขายในงานนี้ 200 ล้านบาท ซึ่งภาวะดอกเบี้ยต่ำการลงทุนในอสังหาฯ ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

 

                นางอัญชลี เสขะนันทน์ ผู้อำนวยการอาวุโส เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์รายย่อย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารเสนอเอ็นพีเอ ในราคาลดพิเศษ 15-50% พร้อมเงื่อนไขที่พิเศษสุดซื้อบ้านและที่ดินของธนาคารในทุกทำเล ด้วยวงเงินสินเชื่อสูงถึง 90% ระยะเวลาผ่อนชำระนานถึง 30 ปี ดอกเบี้ย 0% ต่อปีใน 1-4 เดือนแรก เดือนที่ 5-12 เอ็มแอลอาร์ -3% ต่อปี ปีที่ 2-3 เอ็มแอลอาร์ 11.25% ต่อปี และดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะอยู่ที่ เอ็มแอลอาร์ -1.00% ต่อปี และการยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ ลง โดยตั้งเป้าหมายขายทรัพย์ในงาน 200 ล้านบาท

 

                ปีนี้เราเอาเอ็นพีเอมาขายในราคาถูก หั่นราคาลงมา 40-50% ซึ่งปกติราคาขายเอ็นพีเอจะต่ำกว่าบ้านมือ 1 ประมาณ 30% อยู่แล้ว เพราะไม่ต้องการถือครองต่อตามเกณฑ์ของแบงก์ชาติ ที่ธนาคารจะถือครองนานเกิน 5 ปีไม่ได้ ในส่วนของลูกค้าเองหากพิจารณาปัจจัยด้านดอกเบี้ยต่ำด้วยแล้ว การซื้อเพื่ออยู่หรือเพื่อลงทุนก็คุ้มอยู่ดี เป็นการลงทุนระยะยาวดีกว่าฝากเงินกับธนาคาร และหากลูกค้าคือครองนานเกิน 2 ปีขึ้นไปราคาทรัพย์ก็จะปรับขึ้นไปประมาณ 50%

 

                นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในงานนี้ ได้นำทรัพย์สินรอการขาย ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เช่น บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮ้าส์ ที่มีราคาตั้งแต่ 1 แสนกว่าบาทถึง 300 กว่าล้านบาท จำนวนกว่า 800 รายการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,500 ล้านบาท มาเสนอขายลดสูงสุดถึง 45% ซึ่งถือว่าปรับลดราคาลงมามากกว่าปีก่อนที่ลดประมาณ 20%

 

                นอกจากนั้นยังเสนอดอกเบี้ยสินเชื่อพิเศษคงที่ 2% นาน 1 ปี ปีที่ 2 คิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี หลังระยะเวลาที่กำหนดข้างต้นจะคิดดอกเบี้ยลอยตัวเอ็มแอลอาร์-0.25% วงเงินสูงสุด 90% ของราคาซื้อขายหรือสูงสุด 90% ของราคาประเมิน โดยธนาคารจะอนุมัติการขายภายในงานได้ทันที ซึ่งสามารถวางเงินค้ำประกันเพียง 1% เท่านั้น พร้อมกันนี้ธนาคารจะจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ให้แก่ลูกค้าที่โอนกรรมสิทธิ์ ภายในวันที่ 25 ก.ย.2552 อีกด้วย โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อทรัพย์สินรอการขายได้ประมาณ 400 ล้านบาท

 

                ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์ จะนำทรัพย์ทำเลดีประมาณ 300 รายการเข้าร่วม โดยจะปรับลดราคาลดเอ็นพีเอ 20-30% และให้สิทธิการผ่อนดาวน์กับลูกค้าในงานเป็นเวลา 12 เดือนจากปกติที่ต้องวางเงินดาวน์ 10% ของราคาทรัพย์ นอกจากนี้ยังให้วงเงินสินเชื่อสูงถึง 90% และอัตราดอกเบี้ย 0% ในปีแรกอีกด้วย

 

                นายสุเมธ มณีวัฒนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) กล่าวว่า บริษัทจะนำทรัพย์สินรอการขายประเภท บ้านพร้อมอยู่ ที่ดินพร้อมใช้ลดราคาพิเศษ 20-30% จำนวนกว่า 3,000 รายการ และจัดโปรโมชั่นพิเศษสุด โดยมอบทองคำแท่งหนัก 5-100 บาท ตามราคาอนุมัติขายตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนลูกค้าซื้อทรัพย์มูลค่า 5 ล้านบาทลงมาจะได้รับห้องพัก 2 คืน โรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป หรือแพ็คเกจท่องเที่ยวทั่วไทยมูลค่าสูงสุด 40,000 บาท พร้อมลุ้นรับบัตรเติมน้ำมัน ptt cash card มูลค่า 1,000 - 5,000 บาท และฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์ทุกรายการ

 

                นางสุวรรณี วัธนเวคิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารทรัพย์สินรอการขาย ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวว่า สิ้นไตรมาส 1 ปี 2552 ธนาคารมีทรัพย์สินรอการขายอยู่ประมาณ 7,600 ล้านบาท เนื่องจากมีทรัพย์จำนวนหนึ่งที่ครบหรือใกล้ครบกำหนดตามมาตรการการถือครองทรัพย์รอการขายตามเกณฑ์ที่ ธปท. ระบุว่า ทรัพย์ที่ถือครอง 5-10 ปีจะต้องขายออกไป ดังนั้นธนาคารจึงเปิดรับผู้แทนการขายอสังหาฯ หรือโบรกเกอร์ จากบุคคลภายนอกทั้งในรูปบุคคลทั่วไป และในรูปนิติบุคคล เข้ามาจัดการทรัพย์เป็นครั้งแรก

 

                นอกจากธนาคารเกียรตินาคิน ที่ประกาศเปิดรับโบรกเกอร์แล้ว ยังมีธนาคารกรุงไทยที่ประกาศเปิดรับสมัครโบรกเกอร์อสังหาฯ ด้วยเช่นกัน โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2552 ธนาคารกรุงไทยมีทรัพย์รอการขายอยู่กว่า 3.7 หมื่นล้านบาท

 

                ด้านนายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ในปีนี้ความสนใจบ้านมือสองน่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุปทานในตลาด (โครงการบ้านจัดสรรใหม่) นั้นลดลง ขณะที่ราคาบ้านมือสองถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าบ้านใหม่

 

                นอกจากนี้สถาบันการเงิน มักจะให้ข้อเสนอและผ่อนปรนเงื่อนไขทางด้านสินเชื่อที่ดีกว่า ดังนั้นการลงทุนในเอ็นพีเอถือเป็นช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจ ในช่วงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ในปัจจุบันเอ็นพีเอทั้งระบบมีอยู่ประมาณ 2.54 แสนล้านบาท เป็นของธนาคารพาณิชย์จำนวน 1.45 แสนล้านบาท

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ