Loading

ปัดฝุ่นที่ดินรสพ.พัฒนาอสังหาผุดคอมเพล็ก-คอนโดหารายได้นับหนึ่งฟื้นศูนย์ประชุมเชียงใหม

วันที่ : 11 พฤษภาคม 2552
ปัดฝุ่นที่ดินรสพ.พัฒนาอสังหาผุดคอมเพล็ก-คอนโดหารายได้นับหนึ่งฟื้นศูนย์ประชุมเชียงใหม่

นายพฤฒิชัย  ดำรงรัตน์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า  ได้เร่งรัดให้บริษัทธนารักษ์  พัฒนาสินทรัพย์  (จำกัด)  หรือ  ธพส.ไปดำเนินการพัฒนาที่ราชพัสดุ  เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในภาวะที่การจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐชะลอตัว  โดยขณะนี้นายกรณ์  จาติกวณิช  รมว.คลัง  ได้ลงนามเห็นชอบให้เดินหน้าพัฒนาที่ราชพัสดุ  จำนวน  4  แปลง  ประกอบด้วย  แปลงแรก  เป็นที่ราชพัสดุบริเวณสนามเป้าที่มีประมาณ  5  ไร่  ซึ่งเป็นที่ดินบริเวณที่ตั้งอาคารสำนักงานบริหารสินทรัพย์  (บบส.)  เดิม  ซึ่งจะพัฒนาเป็นคอมเพล็ก  คล้ายๆ  กับจามจุรีสแควร์  และให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเช่าทำออฟฟิศ  ใช้เงินลงทุนราว  3,000-3,500  ล้านบาท  ทั้งนี้  วิธีระดมทุนคาดว่าจะใช้การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์  (ซีเคียวริไทเซชั่น)

 

                นายพฤฒิชัย  กล่าวว่า  สำหรับแปลงที่สอง  เป็นที่ราชพัสดุบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย  ตรงข้ามวัดไผ่ตัน  ซึ่งเป็นที่ดินขององค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์  (ร.ส.พ.)  เดิม  ที่มีอยู่ประมาณ  3  ไร่  เพื่อนำมาใช้สร้างเป็นคอนโดมิเนียมไม่เกิน  9  ชั้น  สำหรับให้ข้าราชการเช่าอยู่  คาดใช้เงินลงทุนไม่เกิน  1,000  ล้านบาท  แปลงที่สาม  ศูนย์ประชุมแห่งชาติที่จังหวัดภูเก็ต  มีที่ดินประมาณ  150  ไร่  โดยโครงการนี้อยู่ในแผนการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่  2  (SP2)  ของรัฐบาลด้วย  คาดใช้เงินลงทุนประมาณ  3,750  ล้านบาท   และแปลงที่สี่  ที่ราชพัสดุบริเวณใกล้เคียงกับศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร  ถนนแจ้งวัฒนะ  ประมาณ  15  ไร่  ซึ่งคาดว่าจะทำเป็นที่พักสำหรับข้าราชการตำรวจ

 

                นายพฤฒิชัยกล่าวด้วยว่า  สำหรับโครงการเปิดร้านค้าใต้ทางด่วนให้เช่านั้น  คาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการได้ในไม่เกิน  1  เดือนนี้  โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับทางกรุงเทพมหานคร  (กทม.)  เพื่อให้  กทม.มาสร้างสวนสาธารณะด้วย  นอกเหนือไปจากการเปิดพื้นที่ในเชิงพาณิชย์อย่างเดียว

 

                ด้าน  นางสาวศศิธารา  พิชัยชาญณรงค์  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  กล่าวว่า  โครงการสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ  จังหวัดเชียงใหม่  ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่  ทั้งนี้  เนื่องจากกรมโยธาธิการได้ประเมินราคาตามภาวะเศรษฐกิจที่ได้ส่งผลให้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างมีราคาถูกลง   ดังนั้นการสร้างศูนย์ประชุมเชียงใหม่น่าจะใช้งบประมาณเพียง  2,200  ล้านบาทเท่านั้น

 

                จากการประเมินราคาใหม่ทำให้กระทรวงท่องเที่ยวฯ  ต้องเปิดการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์   (อี

ออคชั่น)  เพื่อหาผู้ดำเนินการสร้างศูนย์ประชุมเชียงใหม่อีกครั้ง  จากเดิมปีที่ผ่านมา  บริษัท  เบญจมาศ  จำกัด  เป็นผู้ชนะการประมูลได้เสนอราคาต่ำสุด  2,600  ล้านบาท  โดยมีราคาสูงเกินไป  เพราะสำนักงบประมาณได้จัดสรรงบฯ  เพื่อสร้างศูนย์ประชุมไว้ที่  2,100  ล้านบาท

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ