Loading

เตือนว่างงานไตรมาส 2-3 พุ่งกระฉู

วันที่ : 9 พฤษภาคม 2552
เตือนว่างงานไตรมาส 2-3 พุ่งกระฉูด

          แบงก์ชาติ เผย ผลสำรวจนักธุรกิจไตรมาส 2 จะเป็นช่วงที่การเลิกจ้างมีมากขึ้น โดยอัตราการว่างงานจริงจะสะท้อนเศรษฐกิจย้อนหลังไป ประมาณ 2-3 ไตรมาส...

          ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลรายงานแนวโน้มธุรกิจ ซึ่ง สำรวจมาจากสมาคมธุรกิจในสาขาต่างๆ 182 ราย และผู้ประกอบการ 521 ราย ทั่วประเทศ ถึงเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ปี 2552 นักธุรกิจและผู้ประกอบการ มองว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ยังไม่ดีขึ้น โดยด้านการบริโภค ภาค อสังหาริมทรัพย์ และสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ จักรยานยนต์ เครื่องหนัง สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รวม ไปถึงสินค้าแบรนด์เนมนำเข้าจะยังชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก เพราะแม้ลูกค้าจะเข้าร้านไม่ลดลง มากนัก แต่ส่วนใหญ่ไม่ตัดสินใจซื้อ

          ขณะที่ด้านการลงทุน คาดว่าการลงทุนจะยัง ชะลอตัวต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี ขณะที่การเมืองยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความไม่เชื่อมั่น ดังนั้น ในช่วงนี้หลายธุรกิจยังทยอยลดกำลังการผลิตลง และจะไม่มีการลงทุนใหม่จนกว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สินค้าคงคลังที่เริ่มลดลง และเริ่มเห็น คำสั่งซื้อที่ดีขึ้นในบางภาค ทำให้คาดการณ์ว่าใน ไตรมาสที่ 2 ภาคการผลิตจะเริ่มขยายตัวได้ดีขึ้น

          ทั้งนี้ จากการสำรวจนักธุรกิจส่วนใหญ่ยอมรับ ว่า ในไตรมาสที่ 2 จะเป็นช่วงที่การเลิกจ้างจะมีมากขึ้น กว่าไตรมาสแรก เนื่องจากในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มถดถอย นั้น ตลาดแรงงานยังไม่ได้รับผลกระทบในลักษณะของการเลิกจ้าง แต่เป็นการลดเวลาทำงานแทน โดย อัตราการว่างงานจริงจะสะท้อนเศรษฐกิจย้อนหลังไป ประมาณ 2-3 ไตรมาส ดังนั้น จะเริ่มเห็นอัตราว่างงาน เพิ่มขึ้นมากในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ แต่หากภาวะเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น และมีคำสั่งซื้อมาก ขึ้นอาจจะช่วยให้การว่างงานชะลอลงได้

          สำหรับภาคการเงินนั้น ภาวะการขาดสภาพคล่องของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เริ่มรุนแรงมากขึ้น สอดคล้องกับการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ระบุว่า สภาพคล่องในบริษัทใน 6 เดือน ข้างหน้าจะตึงตัวมากขึ้น สาเหตุ มาจากสถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ โดยมาตรฐานการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ปรับเข้มงวดมากขึ้น ในสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และภาคการส่งออก รวมทั้งปรับลดวงเงินให้กู้ (เครดิต ไลน์) ของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้ใช้ด้วย

 

ที่มา: http://www.thairath.co.th

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ