Loading

เพรสิเดนท์พาร์คพุ่ง 1.3 แสน/ตร.ม. ขาช็อปแข่งซื้อเก็งกำไร-เจ้าของยกป้ายสู้ราคาไม่อั้

วันที่ : 9 เมษายน 2552
เพรสิเดนท์พาร์คพุ่ง 1.3 แสน/ตร.ม. ขาช็อปแข่งซื้อเก็งกำไร-เจ้าของยกป้ายสู้ราคาไม่อั้น

 

จากที่กรมบังคับคดีได้นำทรัพย์สินในความดูแลของคดีศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตามหมายเลขคดีแดงที่ ก.ค.52/2544 เป็นอาคารชุด บางส่วนภายในโครงการคอนโดมิเนียม ""เพรสิเดนท์ พาร์ค พาร์ควิว ทาวเวอร์"" ซอยสุขุมวิท 24 จำนวน 114 ยูนิต ขนาด 40-360 ตร.ม.เศษ ในทำเลใจกลางเมืองใกล้ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมพงษ์ ที่บริษัท เพรสิเดนท์ พาร์ค พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ถือกรรมสิทธิ์ ออกขายทอดตลาดครั้งแรก เมื่อ 20 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา โดยกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 80% ของราคาประเมินเฉลี่ยตร.ม.ละ 2 หมื่นบาท ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมประมูลกว่า 100 ราย เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองและเกาะแนวรถไฟฟ้า เหมาะทั้งซื้อไว้พักอาศัย ปล่อยเช่า หรือขายเอากำไร โดยเฉพาะในช่วงดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ

          อย่างไรก็ตาม ในการขายทอดตลาด ครั้งแรก โจทก์คือบริษัท เอสอีเอ เพรสซิเด้นท์ อินเวสท์เมนท์ พีทีอี จำกัด และจำเลยคือธนาคารกรุงเทพ ได้ยื่นคัดค้านการขายห้องชุดทุกรายการที่มีผู้เสนอราคา กรมบังคับคดีจึงต้องนำห้องชุดทั้ง 114 ยูนิต จัดขายทอดตลาดเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา โดยกำหนดราคาเริ่มต้นประมูล (รายการที่ไม่มีผู้เสนอราคาในการขายทอดตลาดครั้งแรก) ที่ 50% ของราคาประเมิน

          ผู้สื่อข่าว ""ประชาชาติธุรกิจ"" รายงานว่า บรรยากาศการจัดขายทอดตลาดห้องชุดจำนวน 114 ยูนิต คอนโดฯ      ""เพรสิเดนท์ พาร์ค พาร์ควิว ทาวเวอร์"" ซอยสุขุมวิท 24 ในครั้งที่ 2 ยังคงได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมประมูลมากเช่นเดียวกัน ที่น่าสังเกตคือในจำนวนผู้เข้าประมูลมีคนไทยเชื้อสายอินเดียจำนวนมาก

          หลังการประมูลปรากฏว่ามีห้องชุดถูกประมูลซื้อไปทั้งหมด 16 ยูนิต ทุกยูนิตเป็นห้องชุดที่โจทก์และจำเลยได้ยื่นคัดค้านการขายทอดตลอดครั้งแรก ได้แก่ ทรัพย์ห้องชุดลำดับที่ 281-1, 281-4, 281-9, 281-13, 281-21, 281-2, 281-35, 281-37, 281-57, 281-59, 281-62 ถึง 65, 281-74 และ 281-97 ส่วนใหญ่มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 44-45 ตร.ม., 140-150 ตร.ม. และ 220 ตร.ม.เศษ

          ที่น่าสนใจคือราคาเสนอซื้อที่ชนะการประมูลพุ่งขึ้นสูงกว่าราคาประเมินถึง 1-3 เท่าตัว หรือจากราคาประเมินเฉลี่ย ตร.ม. ละ 2 หมื่นบาท ไปจบที่เฉลี่ย ตร.ม.ละ 40,000-130,000 บาท โดยห้องชุดขนาดพื้นที่ใช้สอย 220 ตร.ม.เศษ ส่วนใหญ่มีผู้ประมูลไปในราคาเฉลี่ย ตร.ม.ละ 4 หมื่นบาท อาทิ ห้องชุดลำดับที่ 281-1 พื้นที่ใช้สอย 223.08 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นประมูล 3.73 ล้านบาท มีผู้เสนอราคาประมูลสูงสุด 7.55 ล้านบาท ห้องชุดลำดับที่ 281-97 พื้นที่ใช้สอย 223.08 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.18 ล้านบาท มีผู้เสนอราคาประมูลสูงสุด 10.65 ล้านบาท ฯลฯ

          ขณะที่ห้องชุด 44-45 ตร.ม. มีผู้ประมูลไปในราคาค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน เฉลี่ย ตร.ม.ละ 1.1-1.3 แสนบาท ใกล้เคียงกับ ราคาคอนโดฯ ที่เปิดตัวใหม่ในย่านนั้น อาทิ ห้องชุดลำดับ 281-62 ขนาด 45 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.53 ล้านบาท มีผู้เสนอราคาสูงสุด 5.03 ล้านบาท ห้องชุดลำดับ 281-64 ขนาด 44 ตร.ม.เศษ ราคาเริ่มต้น 1.42 ล้านบาท มีผู้เสนอราคาสูงสุด 6.01 ล้านบาท

          อย่างไรก็ตาม เป็นที่สังเกตว่าห้องชุดที่มีผู้ประมูลซื้อไปทั้ง 16 ยูนิต ส่วนใหญ่เป็นการซื้อโดยผู้แทนของบริษัท เพรสิเดนท์ พาร์ค พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เข้าร่วมสู้ราคา มีเพียงบางยูนิตเท่านั้นที่ถูกซื้อไปโดยประชาชนทั่วไป

          นายมานพ นกุมาร หนึ่งในผู้ประมูลซื้อห้องชุดคอนโดฯ เพรสิเดนท์ พาร์คฯ เปิดเผยว่า เป็นตัวแทนพื่อนเข้าร่วมประมูลห้องชุดโครงการนี้เพราะเห็นว่าอยู่ในทำเลดี โดยประมูลซื้อห้องชุดขนาด 147 ตร.ม. ได้ในราคา 6.15 ล้านบาท เท่าที่ทราบเพื่อนต้องการซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือถ้ามีผู้สนใจก็อาจขายทำกำไร สำหรับตนสนใจซื้อเช่นเดียวกัน แต่หลังเปิดประมูลพบว่ากลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ส่งตัวแทนเข้าประมูลด้วย และสู้ราคาเต็มที่ทุกยูนิต ทำให้แต่ละยูนิตถูกประมูลไปในราคาสูงกว่าที่คาดเอาไว้มาก

          นายธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ที่ปรึกษากลุ่ม บมจ.เพรสิเดนท์ พาร์ค พร็อพเพอร์ตี้ส์ เปิดเผยว่า แม้คอนโดฯ เพรสิเดนท์ พาร์ค พาร์ค วิวฯ จะเป็นโครงการที่พัฒนามานาน 13-14 ปี แต่ปัจจุบันยังอยู่ในสภาพดี และมีผู้พักอาศัยอยู่จำนวนมาก ประกอบกับราคาเริ่มต้นประมูลที่ 50% ของราคาประเมิน ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน กลุ่มผู้ถือหุ้นของบริษัทจึงพร้อมสู้ราคาเพื่อซื้อกลับคืนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ