Loading

ซื้อทรัพย์บังคับคดีเสียแว

วันที่ : 9 มีนาคม 2552
ซื้อทรัพย์บังคับคดีเสียแวต

นายสิรวัต จันทรัฐ อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า ได้ออกคําสั่งกรมบังคับคดีให้มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 7% จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้สอดคล้องกับประมวลรัษฎากร มาตรา 83/5 ที่กําหนดให้ผู้ทอดตลาดซึ่งขายทอดตลาดทรัพย์สินมีหน้าที่นําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม

                คำสั่งดังกล่าวนั้นนอกจากครอบคลุมถึงผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังรวมถึงกรณีที่ส่วนราชการที่ขายทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถูกยึดมาด้วย

                ทั้งนี้ กรมบังคับคดีจะมีหน้าที่นําส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในฐานะที่เป็น ผู้ดําเนินการขายทอดตลาดเพื่อบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งศาลแทนผู้ประกอบการ

                ที่ผ่านมากรมบังคับคดีไม่ทราบว่าจะต้องมีการหักภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เมื่อทราบก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ไม่ทราบได้ว่าจะมีสินทรัพย์อีกรายการที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมากน้อยแค่ไหน เพราะต้องมีการตรวจสอบแต่และรายการจากกรมสรรพากรว่า จำเลยเข้าข่ายจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และเชื่อว่าราคาสินทรัพย์คงไม่ปรับเพิ่มมากนัก จากมาตรการนี้นายสิรวัต กล่าว

                อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า สำหรับการจ่ายภาษีแวตนั้น ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องชําระภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราตามที่กฎหมายกําหนด นอกเหนือจากราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเคาะไม้ขายทอดตลาด

                นอกจากนี้ ก่อนทําการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ซึ่งลูกหนี้ตามคําพิพากษา พนักงานบังคับคดีจะต้องแจ้งให้ผู้เข้าร่วมประมูลซื้อทรัพย์ทราบเกี่ยวกับการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม

                ทั้งนี้ ในทางปฏิบัตินั้น พนักงานบังคับคดีจะต้องระบุจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ซื้อต้องชําระใช้ชัดเจนแยกต่างหากจากราคาที่เคาะไม้ขายทอดตลาด ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดี จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อในวันที่ขายทอดตลาด

                ขณะเดียวกันเมื่อผู้ซื้อชําระราคา ทรัพย์และภาษีมูลค่าเพิ่มครบถ้วนแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือ นักบัญชีแล้วแต่กรณี ออกใบเสร็จ รับเงินให้ผู้ซื้อ โดยระบุราคาที่ เจ้าพนักงานบังคับคดี เคาะไม้ขายทอดตลาด และจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ซื้อต้องชําระให้ชัดเจน พร้อมทั้งจัดทําสําเนาใบเสร็จรับเงินให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาไว้เป็นหลักฐานด้วย

                สำหรับในปีงบประมาณ 2552 กรมบังคับคดีตั้งเป้าหมายการขายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไว้ 1.1 แสนล้านบาท โดยในงบประมาณปี 2551 ที่ผ่านมาสามารถจำหน่ายเอ็นพีแอลได้ถึง 1.19 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 9,000 ล้านบาท

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ