Loading

คลังจ้องคุมกำเนิดถือบัตรเครดิ

วันที่ : 10 มกราคม 2552
คลังจ้องคุมกำเนิดถือบัตรเครดิต

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาเกี่ยวกับการนำร่างกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจบัตรเครดิต และร่างกฎหมายเกี่ยวกับการทวงถามหนี้ ซึ่งกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ เคยนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเร่งนำร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ ขึ้นมาปรับปรุงและพิจารณาโดยเร่งด่วน เนื่องจากถือว่าเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ และที่ผ่านมาปัญหาเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ และการทวงหนี้ที่อยู่นอกระบบอย่างไม่เป็นธรรมมีอยู่มากมาย ทั้งนี้ สำหรับร่างกฎหมายเกี่ยวกับบัตรเครดิตนั้น จะเร่งพิจารณาเพื่อให้การทำบัตรเครดิตมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันอำนาจในการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการทำบัตรเครดิตไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร โดยเฉพาะการทำบัตรเครดิตของสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือนอนแบงก์  รวมไปถึงการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและการให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวกับบัตรเครดิต ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งดำเนินการออกกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้มีความชัดเจน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค

 

          “จะเร่งปรับปรุงร่างกฎหมายบัตรเครดิตและร่างกฎหมายการทวงถามหนี้ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ เพื่อให้มีความชัดเจน เช่น ที่ผ่านมามีการกำหนดว่าวงเงินสินเชื่อจะไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน แต่ไม่ได้มีการกำหนดว่าคนหนึ่งสามารถมีบัตรเครดิตได้กี่ใบ เป็นต้น รวมถึงแก้ไขข้อกฎหมายให้ครอบคลุมถึงบริษัทรับจ้างทวงหนี้ให้มีความเป็นธรรมกับประชาชนมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่สภาแล้วและจะเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด” 

 

นอกจากนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 13 ม.ค.นี้ จะพิจารณาการจัดทำงบกลางปีวงเงิน 1 แสนล้านบาทแล้วเสร็จ ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรก จากนั้นในการประชุม ครม. วันที่ 20 ม.ค.นี้ จะเสนอมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเป็นมาตรการชุดที่ 2 โดยนอกจากมาตรการภาษีที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์แล้วจะมีมาตรการภาษีเพื่อลดภาระให้ผู้ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ มั่นใจแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่จะไม่ล่าช้า และถือว่ารวดเร็วเมื่อเทียบกับแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา เพราะเมื่อพิจารณาจะพบว่างบประมาณกลางปี 52 จะสามารถใช้ได้ในเดือน เม.ย.นี้ จึงเชื่อว่าสามารถทันการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแน่นอน อีกทั้งยืนยันนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลจะไม่ทำให้เกิดหนี้ครัวเรือน หรือสร้างหนี้ให้ประชาชน

 

นายกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามหามาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ยังมีเงินที่สามารถปล่อยสินเชื่อได้อีก 4 ล้านล้านบาท โดยที่ไม่กระทบเงินกองทุนของธนาคาร  แต่ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารได้ประเมินถึงความเสี่ยงที่มีมากขึ้น จึงปล่อยสินเชื่อน้อยลง ดังนั้น ในการแก้ปัญหาก็จะพยายามกระตุ้นการบริโภค เพราะปริมาณเงินที่จะปล่อยสินเชื่อยังมีอีกมาก แต่ความต้องการใช้เงินของประชาชนกลับลดลง โดยรัฐบาลยังอยากเห็นสินเชื่อโตได้ไม่ต่ำกว่า 10% นอกจากนั้น ยังเตรียมพิจารณาปรับเปลี่ยนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากการสรรหาและแต่งตั้งบอร์ด กลต.ในก่อนหน้านี้ยังขาดกรรมการอีก 1 คน ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสในการทบทวนบอร์ดใหม่ทั้งชุด

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ