Loading

ธปท.แย้มจีดีพีไตรมาส4ดิ่งหนั

วันที่ : 31 ธันวาคม 2551
ธปท.แย้มจีดีพีไตรมาส4ดิ่งหนัก

          หุ้นไทยปี51ดัชนีทรุด47%-พาณิชย์ประเมินส่งออกใหม่

          ธปท.ประเมินเศรษฐกิจไตรมาส 4 ติดลบหนัก ชี้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวรุนแรงและการเมืองในประเทศซ้ำเติม หวังรัฐบาลมีเสถียรภาพดึงความเชื่อมั่น ตลาดหุ้นไทยปี 51 ทรุด 47% ด้านพาณิชย์เตรียมประเมินส่งออกใหม่ปีหน้าใหม่อีกครั้ง "พรทิวา" จัดเวิร์กช็อป 7 ม.ค.

          ดร.อัมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ประเมินว่าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 4 ที่ชะลอตัวลง จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัวเท่ากับต่ำกว่า 4.3% โดยข้อมูลเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนหลายตัวขยายตัวในลักษณะหดตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะภาคบริการ ขณะเดียวกันความไม่มั่นใจในการบริโภคที่ส่งผลต่อภาคการผลิตจะต่อเนื่องไปถึงเดือนธันวาคมด้วย จึงมีโอกาสที่จีดีพีในไตรมาส 4 จะติดลบลงลึกเช่นกัน

          "ในเดือนพฤศจิกายนมีความผิดปกติที่เข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจ เกิดจากสิ่งที่เราทำกันเอง และได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวรุนแรง โดยเป็นผลสะท้อนจากตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวลดลงอย่างชัดเจนขณะเดียวกันปัญหาการเมืองที่วุ่นวาย ก็เข้ามาซ้ำเติมให้ภาคการผลิต ภาคบริการ ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และผู้ประกอบการที่ตกต่ำลง" ดร.อัมรากล่าวและว่า การเมืองที่เป็นจุดเปลี่ยนจะเป็นตัวดึงให้ความเชื่อมั่นกลับมา และหากการเมืองมีเสถียรภาพ การใช้จ่ายในประเทศดีขึ้น ก็จะช่วยประคับประคองให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้

          ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันสุดท้ายของปี 2551 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ระดับ 449.96 จุด เพิ่มขึ้น 3.26 จุด ซึ่งเมื่อเทียบกับดัชนีในต้นปีที่ระดับ 842.97 จุด เป็นการปรับตัวลดลง 393.01 จุด หรือ 47% จากปัจจัยรุมเร้าหลายประการ ทั้งสถานการณ์การเมืองในประเทศ และวิกฤติการเงินในสหรัฐที่ลุมลามไปทั่วโลก

          ขณะที่นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากวิกฤติเศรษฐกิจส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์ต้องประเมินการส่งออกไทยปี 2552 ใหม่ โดยประเมินจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกรวมทั้งปัจจัยภายในประเทศ ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปในทางเลวร้ายอย่างรวดเร็ว จึงต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน ซึ่งต้องเพิ่มโครงการผลักดัน การส่งออกมากขึ้นกว่าเดิมโดยกิจกรรมจะต้องเป็นไปตามตลาดที่ยังพอมีโอกาส เช่น แอฟริกา ตะวันออกกลาง

          ภาคเอกชนส่วนใหญ่ได้ให้ความเห็นว่าการส่งออกปี 2552 จะเป็นลบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ประเมินว่าจะส่งออกติดลบ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ยายนต์และส่วนประกอบ สินค้ากลุ่มนี้ก็มีการส่งออกคิดเป็น 40% ของการส่งออกทั้งหมด ทำให้ภาพรวมการส่งออกปี 2552 หากฟังความเห็นเฉพาะของภาคเอกชนล้วนๆ จะติดลบประมาณ 8%

          "ยอมรับว่า การประเมินของเอกชนมองในเชิงลบมาก ซึ่งนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งให้จัดประชุมเวิร์กช็อปอุตสาหกรรมการส่งออก วันที่ 7 มกราคม 2552 เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ปัญหาการส่งออกปี 2552 เพื่อให้ผู้บริหารของกระทรวงได้หารือกับผู้ประกอบการในช่วงเวลาที่เป็นสถานการณ์การส่งออกล่าสุด มั่นใจว่าจะทำให้แนวทางแก้ปัญหาการส่งออกได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด" นายศิริพลกล่าว

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ