Loading

สศค.ปรับลดเป้าจีดีพีปี51-52 ส่งออก-ลงทุน-บริโภค ทรุ

วันที่ : 28 พฤศจิกายน 2551
สศค.ปรับลดเป้าจีดีพีปี51-52 ส่งออก-ลงทุน-บริโภค ทรุด

          สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ยอมรับสภาพ เศรษฐกิจไทยแย่กว่าที่คาด  ชี้เริ่มส่งสัญญาณตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี51  ลากยาวถึงปีหน้า ทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภคภายประเทศ   ปลายธันวาคม จะประกาศปรับเป้าการเติบโตของจีดีพีปี 51-52

          นายลวรณ แสงสนิท รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาโครงสร้างระบบภาษี ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.จะปรับประมาณเศรษฐกิจปี 2551-2552 ใหม่ในปลายเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ปี 2551 ที่ประมาณการว่าจะขยายตัวได้ 5.1จะชะลอกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาปัจจัยเศรษฐกิจด้านต่างๆชะลอตัวกว่าที่คาดไว้ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง ก็ไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจอย่างมาก

          " ปัจจัยเศรษฐกิจต่างๆในปี 2551 ชะลอตัวลงกว่าที่คาดไว้ การปรับประมาณการรอบใหม่ ต้องประเมินผลกระทบที่เป็นปัจจัยบวกและลบทั้งหมด ทั้งปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงสถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศ และเมื่อเศรษฐกิจปี 2551 ขยายตัวได้ลดลง ก็จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงเศรษฐกิจปี 2552 ที่จะชะลอตัวลงตามไปด้วย จากที่ประมาณการไว้ 4-5 % "

          นอกจากนี้ นายลวรณ กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจการคลัง เดือนตุลาคม 2551 ว่า เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่องแต่มีสัญญาณขยายตัวชะลอลงจากเดือนก่อน ทั้งในด้านอุปสงค์ต่างประเทศจากปริมาณการส่งออกที่ปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอตัว ในขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศทั้งในด้านการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง

          ทั้งนี้การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณชะลอ ดูได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ขยายตัว 8.4%ต่อปี ลดลงจากเดือนก่อนที่ 16 % ต่อปี ซึ่งมาจากความกังวลภาวะเศรษฐกิจจากวิกฤตการณ์การเงินโลก และความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้ระวังในการใช้จ่าย และปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขยายตัว 9.9% ต่อปี ลดลงจากเดือนก่อน 25.9% ต่อปี สะท้อนการใช้จ่ายของประชาชนในภูมิภาคลดลงจากราคาสินค้าเกษตรปรับตัวลดลง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 68.6 จุดจาก 69.5 จุด เป็นสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มการบริโภคในอนาคตที่อาจชะลอตัวลง

          ด้านการลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเครื่องชี้ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สะท้อนจากภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ขยายตัว 13.2% ต่อปี ลดลงจาก 19.2% ต่อปี ขณะที่ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 2.0% ต่อปี ลดจากเดือนก่อนหน้า 10.1% ต่อปี สำหรับเครื่องชี้การลงทุนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ลดลงอยู่ที่ -28.3% ต่อปี

          ส่วนการส่งออกมีสัญญาณชะลอ โดยมูลค่าการส่งออกรวมในรูปดอลลาร์สหรัฐ 1.53 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่ำ 5.2% ต่อปี ขณะที่ปริมาณการส่งออกหดตัว -2.6% ต่อปี ซึ่งถือเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งเมื่อพิจารณาจากประเทศคู่ค้าตลาดนำเข้าสินค้าขั้นกลางจากไทย (Immediate Goods) ไปผลิตต่อ เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน หดตัวลงอย่างชัดเจน สำหรับการนำเข้ามีมูลค่าการนำเข้าเท่ากับ 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวที่ 21.7% ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกที่ต่ำกว่ามูลค่าการนำเข้าทำให้ดุลการค้าในเดือนตุลาคมขาดดุลจำนวน -0.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

          สำหรับด้านการคลัง พบว่ารายได้รวมของ 3 กรมจัดเก็บภาษีเท่ากับ 1.05 แสนล้านบาท ขยายตัวในระดับต่ำ 0.1% ต่อปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราภาษีสรรพาสามิตน้ำมัน และจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีสัญญาณชะลอตัว ส่วนรายจ่ายรัฐบาลเบิกจ่ายได้ 9.37 หมื่นล้านบาท หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็น -39.7% ต่อปี

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ