Loading

คลอด 6 มาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิ

วันที่ : 13 ตุลาคม 2551
คลอด 6 มาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ

           รับมือแรงกระเพื่อมวิกฤติเศษฐกิจโลก

          1.มาตรการด้านตลาดทุน กระทรวงการคลังเห็นชอบขยายวงเงินการซื้อกองทุน RMF และ LTF จาก 500,000 เป็น 700,000 บาท การดึงกองทุนแมชชิ่งฟันด์ กองทุนภาคเอกชน และกองทุนต่างๆ รับมือการขายหุ้นของต่างชาติที่มีในไทย 110,000 ล้านบาท การจัดตั้งกองทุนโดยความร่วมมือของเอกชนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) รวม 2,000 ล้านบาท และการจัดตั้งกองทุนแมชชิ่งฟันด์ ของ ตลท.กับสถาบันการเงิน รวม 10,000 ล้านบาท การส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ซื้อหุ้นคืน 30,000 ล้านบาท

          2.มาตรการดูแลสภาพคล่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันสภาพคล่องในระบบมีเพียงพอประมาณ 1ล้านล้านบาท และจะดูแลให้มีการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง และเพียงพอต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และจะพยายามให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อไม่ต่ำกว่าร้อยละ5 หรือประมาณ 400,000 ล้านบาท ส่วนธนาคารรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน เอสเอ็มอีแบงก์ จะขยายสินเชื่อเพิ่มจาก1.1 ล้านล้าน เป็น 1.15 ล้านล้านบาท หรือเป็น 50,000 ล้านบาท ให้เอสเอ็มอีรายย่อย

          3.มาตรการเร่งรัดรายได้ส่งออกและการท่องเที่ยว เพื่อให้การส่งออกและท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 5 โดยให้การส่งออกทำรายได้เพิ่มขึ้น 300,000 ล้านบาท ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 60,000 ล้านบาท โดยกระทรวงพาณิชย์จะขยายตลาดในเอเชียและเพื่อนบ้าน ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย แอฟริกา ลาตินอเมริกา ซึ่งยังพอมีกำลังซื้อ โดยใช้ทีมไทยแลนด์ซึ่งมีผู้บริหารภาครัฐและเอกชนร่วมกันเจรจาการค้าการลงทุน

          4.มาตรการสร้างเศรษฐกิจในประเทศ ด้วยการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณโดยกระทรวงการคลังจะเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 180,000 ล้านบาทการส่งเสริมกองทุนหมู่บ้าน ดูแลสินค้าโอท็อป

          5.มาตรการเร่งรัดโครงการลงทุนขนาดใหญ่ มีเงินลงทุนจาก 250,000เป็น 350,000 ล้านบาท โดยเร่งรัดลงทุนระบบรถไฟฟ้า 60,000 ล้านบาท การพัฒนาระบบขนส่งทั่วประเทศ 10,000 ล้านบาท และการลงทุนด้านพลังงานอีก 30,000 ล้านบาท

          6.มาตรการประชาคมการเงินเอเชีย เพื่อความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในแถบอาเซียน โดยเฉพาะในช่วงปลายปีนี้ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำอาเซียน โดยจะมีแนวทางหารือเจรจาการขยายความร่วมมืออาเซียน +6 ซึ่งเป็นความริเริ่มใหม่ในการสร้างความเชื่อมั่นกับประเทศต่างๆ เพื่อให้เป็นศตวรรษใหม่ของเอเชีย ด้วยการเสนอให้อาเซียนร่วมมือกับออสเตรเลีย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ โดยเชื่อมั่นว่าหากรัฐบาลดำเนินมาตรการดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวร้อยละ 5.1และปี 2552 ร้อยละ 4

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ