Loading

บสก.ไม่หวั่นแบงก์ตั้งบริษัทพัฒนาอสังหาฯ

วันที่ : 6 สิงหาคม 2551
บสก.ไม่หวั่นแบงก์ตั้งบริษัทพัฒนาอสังหาฯ

นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) เปิดเผยว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถร่วมกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จัดตั้งบริษัทร่วมลงทุนในการปรับปรุงสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) นั้นถือว่า เป็นแนวคิดที่ดีกับระบบเพราะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและผู้บริโภคและจะเป็นส่วนช่วยให้เอ็นพีเอในระบบลดลงได้

 ทั้งนี้ การตั้งบริษัทร่วมทุนดังกล่าวนั้นโดยหลักการถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การธนาคารที่จะตั้งบริษัทร่วมทุนนั้นจะต้องมีการเตรียมขั้นตอนค่อนข้างมากและจะเป็นภาระผูกพันไปกับธนาคารค่อนข้างนาน

 รวมถึงจะต้องดูถึงผลกำไรขาดทุนที่จะได้รับด้วยและอาจจะต้องมีการตั้งหน่วยงานเพิ่มเติมเพื่อเข้ามาดูแลในส่วนนี้โดยตรงทำให้ธนาคารแต่ละแห่งจะต้องมีการพิจารณาในรายละเอียดค่อนข้างมากซึ่งคาดว่าการจะตั้งบริษัทร่วมทุนได้นั้นคงจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร

 ในส่วนตัวมองว่าการตั้งบริษัทร่วมทุนนั้น คงไม่เกิดขึ้นกับธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเนื่องจากความพร้อมของธนาคารแต่ละแห่งมีไม่เท่ากันโดยบางแห่งไม่ได้มีเอ็นพีเอมากพอที่จะต้องมาตั้งบริษัทร่วมทุน

 อีกทั้งเอ็นพีเอที่จะนำมาเข้าขายในบริษัทร่วมทุนนี้จะต้องเป็นเอ็นพีเอที่มีสภาพคล่องสูงและอยู่บนทำเลที่มีความเจริญสูงซึ่งในธนาคารบางแห่งมีทรัพย์ประเภทนี้อยู่ไม่มาก เพราะหากทรัพย์ที่จะนำมาจัดตั้งบริษัทคุณภาพไม่ดีพอผู้ที่จะมาร่วมทุนด้วยก็คงไม่สนใจก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งบริษัทร่วมทุน

 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธนาคารใหญ่ๆ ที่มีทรัพย์มากก็อาจเป็นไปได้ที่จะต้องบริษัทดังกล่าวได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารด้วยว่าเห็นพ้องอย่างไรกับเรื่องนี้

 บสก.นั้นเชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบหากมีการจัดตั้งบริษัทดังกล่าวขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันทรัพย์ที่ธนาคารขายให้ บสก.นั้นส่วนใหญ่จะเป็นทรัพย์ที่คุณภาพไม่สูงนัก และที่ผ่านมาทาง บสก. ก็ได้ใช้แนวคิดในการปรับปรุงคุณภาพทรัพย์ก่อนขายอยู่แล้ว""

 สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมานั้น บสก.มีผลเรียกเก็บหนี้อยู่ที่กว่า 7,000 ล้านบาท หรือทำได้ 110% เมื่อเทียบกับเป้าหมาย 7 เดือน ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับช่วง 7 เดือนของปีก่อน ซึ่งมีผลเรียกเก็บหนี้อยู่ที่ 70% ของเป้าหมาย 7 เดือนเท่านั้น

 ส่วนเป้าหมายในปีนี้ตั้งไว้ที่ 11,700 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอนโดยผลการเรียกเก็บหนี้ในเดือน ก.ค. อยู่ที่ 1,700 ล้านบาทซึ่งถือว่าสูงกว่าเป้าหมายรายเดือนมาก

 ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ