Loading

เรียลตี้เวิล์ดฯ ชี้ครึ่งปีหลังบ้านมือสองฟื้น รับแนวโน้มดอกเบี้ย-เงินเฟ้อปรับตั

วันที่ : 4 สิงหาคม 2551
เรียลตี้เวิล์ดฯ ชี้ครึ่งปีหลังบ้านมือสองฟื้น รับแนวโน้มดอกเบี้ย-เงินเฟ้อปรับตัว

นายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัทเรียลตี้ เวิลด์ อัลไลแอนซ์ จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับแนวโน้มการาปรับขึ้นราคาบ้านใหม่ ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสนใจบ้านมือสองมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย แต่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวทำให้กำลังซื้อลดลง และชะลอการตัดสินใจซื้อในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 ทั้งนี้ การปรับตัวของอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นในขณะเดียวกับก็ส่งผลต่อเงินออมของผู้บริโภค โดยค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันอยู่ที่ 8% ซึ่งหมายถึงการลดลงของกำลังซื้อของผู้บริโภค8%เช่นกัน ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อบ้านใหม่ต้องลดสเป๊คบ้านให้เหมาะกับกำลังซื้อที่ลดลง เช่น ต้องเลือกบ้านหลังเล็กลง หรือต้องเลือกบ้านที่มีทำเลไกลออกไป เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่ลดลงของลูกค้า จากแนวโน้มดังกล่าวส่องผลให้ผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจบ้านมือสองมากขึ้น เนื่องจากบ้านมือสองมีข้อได้เปรียบ ทั้งในด้านของราคาที่ยังไม่ปรับขึ้น สามารถเลือกทำเลที่ต้องการได้ และยังสอดคล้องกับกำลังซื้อที่ลดลงของลูกค้าด้วย

 สำหรับในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาตลาดรวมบ้านมือสองมียอดขายโดยรวมปรับตัวลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ 10% โดยมียอดขายประมาณ27,000ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดี่ยวกันของปี 50 ที่มียอดขายรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามคาดว่าในปีนี้ยอดขายรวมของตลาดจะลดลงประมาณ 10% หรือจะมียอดายรวมอยู่ที่ประมาณ 60,000กว่าล้านบาท จากปัจจัยลบดังกล่าวข้างต้น ส่วนในปีที่ผ่านมายอดายในตลาดรวมอยู่ที่60,000-70,000ล้านบาท

 ""ในช่วงครึ่งปีแรก แม้ว่าผู้บริโภคจะได้รับผลบวกจากมาตรการภาษี ทำให้กำลังซื้อปรับตัวขึ้นกว่า5%จากการลดภาษีค่าธรรมเนียมการโอน 2% ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% แต่การปรับตัวของเงินเฟ้อที่สูงถึง8%ทำให้ผู้บริโภคกำลังซื้อหายไปกว่า 2% ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงต้นปีออกไป""

 นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม 800-900ล้านบาท ตำกว่าเป้าขายที่ว่าไว้10% โดยบริษัทตั้งเป้าขายทั้งปีที่ไว้ที่2,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลัง นี้ปัจจัยลบในตลาดรวมจะส่งผลด้านลบกับบ้านใหม่ แต่จะส่งผลด้านบวกต่อตลาดบ้านมือสอง ซึ่งคาดว่าจะทำให้ตลาดบ้านมือสองขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยบริษัทจะยังเน้นกิจกรรมด้านการตลาดเพิ่มมากขึ้น เพื่อเร่งยอดขายของในช่วงครึ่งปีหลังของบริษัทให้ได้ตามเป้า โดยครึ่งปีหลังนี้จะมีงานกิจกรรมใหญ่4งาน ประกอบด้วยงานมหกรรม NPAแกรนด์เซล งานมหกรรมบ้านมือสองแห่งชาติ มหกรรมบ้านและคอนโดฯ และงานโฮมบายเออร์ไกด์ ซึ่งบริษัทจะร่วมออกบูทในงานดังกล่าวด้วย และจากการร่วมออกบูททั้ง 4 มหกรรมบริษัทคาดว่าจะช่วยให้ยอดขายของบริษัทในครึ่งปีหลังเป็นไปตามเป้าที่วางไว้1,000ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ