Loading

เลิกคุมตึกสูงรอบวังสระปทุม + แลนด์ลอร์ดเฮ! ทำเลทอง ราชเทวี-ปทุมวัน พัฒนาได้เต็มศักยภาพ/รอดถูกทุบราคาที่ดินหวุดหวิ

วันที่ : 26 มิถุนายน 2551
เลิกคุมตึกสูงรอบวังสระปทุม + แลนด์ลอร์ดเฮ! ทำเลทอง ราชเทวี-ปทุมวัน พัฒนาได้เต็มศักยภาพ/รอดถูกทุบราคาที่ดินหวุดหวิด

          สื่บเนื่องจาก กรุงเทพมหานคร ได้ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนท้องที่แขวงถนนพญาไท แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี และแขวงปทุมวัน แขวงวังใหม่ เขตปทุมวันกทม. พ.ศ... หลังจากสภากทม. เห็นชอบในหลักการโดยเน้นความปลอดภัยโดยรอบของวังสระปทุม และคาดหมายกันว่าจะมีผลบังคับใช้ไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้ ขณะที่เอกชนเจ้าของที่ดินไม่เห็นด้วย เพราะกระทบต่อการพัฒนาและฉุดราคาที่ดินลดลงไม่น้อยกว่า 50 %

ต่อกรณีนี้นาง เมธาวี ธารดำรง  สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกับ""ฐานเศรษฐกิจ""ว่า สภากทม.ตัดสินใจยกเลิกการประกาศใช้ ร่างข้อบัญญัติกทม. ดังกล่าวออกไป เนื่องจากมีผลกระทบต่อการพัฒนาของผู้ประกอบการ และมีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ทั้งนี้ เมื่อนำกลับไปทบทวนปรากฏว่า รัศมีกินบริเวณกว้างเกินไปในขณะที่ที่ดินย่านดังกล่าวเป็นทำเลที่มีศักยภาพราคาค่อนข้างสูง

สอดรับกับแหล่งข่าวกรุงเทพมหานครกล่าวว่า ได้ตรวจสอบพื้นที่ที่ เอกชนร้องเรียนทำให้ทราบว่าได้รับความเดือดร้อนจริง ทำให้ต้องยกเลิกการบังคับใช้ข้อบัญญัตินี้ออกไป อีกทั้งมองว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน ที่ซื้อที่ดินมาในราคาแพงแต่กลับถูกจำกัดให้พัฒนาได้น้อยขณะที่ ผังเมืองรวมกทม.กลับให้สิทธิ์ทำเลเหล่านั้นพัฒนาได้สูงมาก ทั้งพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ทำให้ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม.ตัดสินใจยกเลิก แม้ว่าขั้นตอนได้ผ่านสภากทม.และส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ตาม

สำหรับบริเวณที่จะอยู่ในข่ายควบคุม ตามร่างข้อบัญญาติกทม.เดิม จะเป็นรัศมีโดยรอบวังสระปทุม ประมาณ 500 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4-5 ตารางกิโลเมตร 2 บริเวณ ได้แก่ บริเวณที่ 1 ห่างจากวังสระปทุมรัศมี 300 เมตร โดยทิศเหนือจดซอยพญานาค ถนนเพชรบุรี ทิศตะวันออกจดแนวเขตที่ดินสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย หรือ บริเวณด้านข้างอาคารพันธุ์ทิพย์พลาซ่าและคลองอรชร ทิศใต้จดถนนพระราม 1 จากคลองอรชรไปทางทิศตะวันตกจนไปจดซอยเกษมสันต์ 2 ทิศตะวันตกจดซอยเกษมสันต์ 2 และซอยเพชรบุรี 12 บริเวณนี้ห้ามก่อสร้างอาคารที่มีความสูงเกิน 16 เมตร ใกล้วังสระปทุม บริเวณที่ 2 ห่างจากบริเวณที่ 1 ออกไปรัศมี 500 เมตร ทิศเหนือจดถนนเพชรบุรีและทางรถไฟสายตะวันออก ทิศตะวันออกจดถนนราชปรารภและถนนราชดำริ ทิศใต้จดที่ดินโรงพยาบาลตำรวจด้านใต้ถนนอังรีดูนังต์ซอยจุฬาฯ 62 และซอยจุฬาฯ 12 หรือสิ้นสุดบริเวณสถาบันเทคโนโลยีอุเทนถวายทิศตะวันตกจดถนนบรรทัดทอง

โดยการที่จะบังคับเฉพาะอาคารใหม่ที่ขออนุญาตหลังจากข้อบัญญัติมีผลบังคับใช้เท่านั้น ทุกอาคาร ที่ก่อสร้างในรัศมีดังกล่าว จะต้องก่อสร้างผนังอาคารส่วนที่สูงเกิน 5 เมตร วัดจากระดับพื้นดินต้องมีลักษณะอาคารเป็นผนังทึบ หรือผนังบล็อกแก้วและต้องไม่มีช่องเปิดประตู หน้าต่างช่องระบายอากาศ หรือช่องแสง ระเบียง ไม่มีบันไดยื่นออกนอกอาคารด้านวังสระปทุม และดาดฟ้าของอาคารต้องทำผนังทึบริมอาคารสูงจากดาดฟ้าไม่น้อยกว่า 2 เมตร เป็นต้น ส่วนอาคารเก่าจะได้รับยกเว้นเว้นแต่ ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารที่อยู่ในข่ายต้องห้าม เป็นต้น อย่างไรก็ดียอมรับว่าเมื่อพัฒนาได้ลดลงมากและส่งผลให้มูลค่าที่ดินต่ำลง ไม่ต่ำกว่า 40-50 %

ก่อนหน้านี้ มีผู้ประกอบการ และ กรมธนารักษ์ ต่างออกมาระบุว่า ที่ดินที่เคยมีศักยภาพต่อการพัฒนา หากถูกจำกัดด้วยระเบียบข้อกฎหมายทำให้ใช้ประโยชน์ได้น้อยลง จะทำให้ราคาที่ดินลดต่ำลงไม่ต่ำกว่า 50 % เช่นที่ดินที่ เป็นตึกแถวที่มีการซื้อ-ขายทำอาคารชุดเกาะแนวรถไฟฟ้า ย่านราชเทวี ราคา ซื้อ-ขาย 500,000-600,000 บาทต่อตารางวา ปกติพัฒนาได้สูง 20 กว่าชั้น ตามเงื่อนไขของผังเมือง และขนาดแปลงที่ดิน แต่เมื่อพัฒนาได้ต่ำกว่าปกติ ครึ่งหนึ่งมูลค่าก็จะหายไปครึ่งหนึ่งด้วยเช่นกัน

นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีนี้ ว่า ยังไม่ทราบเรื่อง แต่ ยอมรับว่าหากกทม.ประกาศใช้ ก็จะกระทบโดยภาพรวม แต่ในมุมกลับกัน ผู้ประกอบการก็ต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่า จะมีกฎระเบียบอะไรออกมา และกำหนดให้สร้างได้แค่ไหน โดยแต่ละโครงการจะมีมูลค่าในตัวของมันเอง เพราะ ทุกคนต้องปฏิบัติเหมือนกันหมด หากกฎระเบียบมีผลบังคับใช้

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ