Loading

ลดภาษี-ค่าโอนอสังหาฯ ฝนตกไม่ทั่วฟ้า รับสร้างบ้าน ลุ้นรออานิสงส

วันที่ : 5 มิถุนายน 2551
ลดภาษี-ค่าโอนอสังหาฯ ฝนตกไม่ทั่วฟ้า รับสร้างบ้าน ลุ้นรออานิสงส์

            แม้มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่รัฐบาลหวัง นำมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะมีผลบังคับใช้มาแล้วระยะหนึ่ง โดยแยกเป็น 2 ช่วงคือ มาตรการระยะแรกมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2551 และมาตรการระยะที่สองมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งจะสิ้นสุด การบังคับใช้มาตรการทั้ง 2 ระยะในวันที่ 28มีนาคม2552

ลงลึกในรายละเอียดแล้วธุรกิจ ""รับสร้างบ้าน"" ยังได้รับอานิสงส์แบบฝนตกไม่ทั่วฟ้านัก แจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับ สิทธิพิเศษที่ผู้บริโภคที่จะก่อสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองจะได้รับจากมาตรการที่ภาครัฐประกาศบังคับใช้ได้ดังนี้

มาตรการระยะแรก กรณีซื้อที่ดินเปล่าในโครงการจัดสรร ผู้ขายคือผู้ประกอบการจัดสรรที่ดินจะได้รับลดภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ จาก 3.3% เหลือ 0.11% (รวมภาษีที่จะต้องจ่ายให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) เท่ากับว่า ผู้ขายหรือผู้ประกอบการโครงการจัดสรรเสียภาษีน้อยลง ทำให้สามารถลดราคาขายที่ดินให้กับผู้บริโภคได้ระดับหนึ่ง

หลังซื้อที่ดินแล้ว เมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จผู้บริโภคจะได้รับลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2%
เหลือ 0.01% ค่าจดจำนอง (เฉพาะที่ดิน) จาก 1% เหลือ 0.01 กรณี มีการจดจำนองบ้านกับสถาบันการเงิน

ส่วนมาตรการระยะสอง ซึ่งครอบคลุมถึงการซื้อขายที่ดินเปล่าที่ไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน
พ.ศ.2543 และตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 (ปว.286) หากมีการซื้อขายที่ดินที่มีเนื้อที่รวมไม่
เกิน 1 ไร่ โดยจะได้รับลดหย่อนภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.11% ลดค่าธรรมเนียมการโอน
จาก 2% เหลือ 0.01% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม กรณีมีการซื้อขายบ้าน (ไม่ได้ขออนุญาตจัดสรร) เนื้อที่รวมไม่เกิน 1 ไร่ ก่อนวันที่มาตรการมีผลบังคับใช้ (3 พ.ค.51) และในระหว่างที่มาตรการมีผลบังคับใช้ (ได้ปลูกสร้างบ้านบนที่ดิน จากนั้นก็นำที่ดินไป ""จดจำนอง"" เพื่อขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน จะถือว่าไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์การลดหย่อนค่าจดจำนองเหลือ 0.01%)

เกี่ยวกับกรณีนี้ ""ปราโมทย์ ธีรกุล"" กรรมการและอดีตนายกสมาคมธุรกิจ รับสร้างบ้านให้ความเห็นว่า เป็นเรื่อง น่าเสียดายเพราะปัจจุบันตลาดรับสร้างบ้านระดับราคาต่ำกว่า 4-5 ล้านบาท เป็น กลุ่มใหญ่และมีสัดส่วนลูกค้าอย่างน้อย 50% ที่ปลูกสร้างบ้านโดยใช้วิธีนำที่ดินไป จดจำนองกับธนาคารเพื่อขอสินเชื่อ เท่ากับกลุ่มนี้จะเสียโอกาสไปทันที

""สมมติถ้าจดจำนองที่ดินวงเงิน 1 ล้านบาท จากเดิมภาระค่าจดจำนอง 1 หมื่นบาท จะลดเหลือเพียง 100 บาท ถือว่ามีผลพอสมควร เชื่อว่าก่อนหน้านี้มีลูกค้าหลายบริษัทที่รอลุ้นอยู่ว่าจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯด้วยหรือไม่""

ธุรกิจรับสร้างบ้านเลยเกิดอาการผิดหวัง ที่รัฐอาจจะมองไม่เห็นความสำคัญ และไม่ได้ออกมาตรการช่วยเหลือให้ครอบคลุมถึง ทั้งๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างมีราคาแพงเช่นเดียวกัน

เลยอาจต้องเคลื่อนไหวผลักดันให้อานิสงส์จากการปรับลดภาษีและค่าธรรมเนียมตกถึงผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน รวมทั้งผู้บริโภคที่ก่อสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองด้วย

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ