Loading

กทม.จับตา1,400คอนโดส่อเดี้ยงกฎสวล. คุมเข้มผิดถึงขั้นสั่ง ระงับก่อสร้าง-รื้อถอน

วันที่ : 10 เมษายน 2551
กทม.จับตา1,400คอนโดส่อเดี้ยงกฎสวล. คุมเข้มผิดถึงขั้นสั่ง ระงับก่อสร้าง-รื้อถอน

              นายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า  จากที่ สผ.และกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีนโยบายร่วมกันตรวจสอบโครงการที่พักอาศัยรวม โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ฯลฯ ที่มีจำนวนยูนิตตั้งแต่ 80 ยูนิตขึ้นไป ซึ่งอยู่ในข่ายต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แต่หลายโครงการพยายามเลี่ยงดำเนินการ โดยอาศัยมาตรา 39 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ที่เปิดช่องให้ก่อสร้างได้ทันทีเมื่อยื่นแบบโครงการ โดยไม่ต้องรอให้หน่วยงานท้องถิ่น คือ กทม. ออกใบอนุญาตก่อสร้างให้ก่อนพบว่ามีโครงการที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกระงับการก่อสร้างเพราะมีเจตนาเลี่ยงกฎหมายในหลายพื้นที่ จึงมีแผนจะตรวจเข้มในเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีก โดยมุ่งเน้นไปที่โครงการที่ก่อสร้างภายใต้มาตรการ 39 ทวิ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารเป็นกรณีพิเศษ โดยได้ประสานไปยังสำนักงานเขตของ กทม.ทั้ง 50 เขตแล้ว แนวทางดำเนินการคือในช่วงที่พิจารณาอีไอเอของแต่ละโครงการ ซึ่งขณะนี้มียื่นเข้ามาประมาณ 1,400 โครงการ และส่วนใหญ่เป็นการยื่นขออนุญาตก่อสร้างภายใต้มาตรา 39 ทวิ กทม.จะลงพื้นที่ตรวจสอบไซต์โครงการว่าได้ดำเนินการตรงกับเอกสารที่ระบุไว้ในอีไอเอหรือไม่

""อย่างเช่น ระบุในอีไอเอว่าจะก่อสร้างโครงการสูง 5-6 ชั้น หากตรวจสอบพบว่ามีก่อสร้างเกินเป็น 7-8 ชั้น ถือว่าไม่ตรงกับที่ยื่นขออีไอเอ กทม.ก็จะระงับการก่อสร้าง เพราะที่ผ่านมาโครงการส่วนใหญ่จะยื่นขออนุญาตก่อสร้างแค่ 5-6 ชั้น จำนวนยูนิตไม่ให้ถึง 80 ยูนิตที่เข้าข่ายต้องทำอีไอเอ อาจจะระบุแค่ 75 ยูนิต จากนั้นจึงยื่นอีไอเอส่วนต่อขยายเพิ่มอีก30ยูนิตภายหลัง""


นายเกษมสันต์กล่าวว่า ในส่วนของ สผ.เวลานี้อยากขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการเจ้าของโครงการให้ดำเนินการให้ถูกต้อง เพราะจะได้ไม่เกิดปัญหา แต่หากยังมีการฝ่าฝืนหรือเลี่ยงกฎหมายก็คงต้องดำเนินการโดยเฉียบขาด สำหรับ สผ.จะใช้วิธีตักเตือนบริษัทที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้จัดการรายงานอีไอเอ หากรายใดจัดทำรายงานโดยไม่ตรงกับสภาพข้อเท็จจริงก็จะลดอายุใบอนุญาต หรือทำผิดร้ายแรงซ้ำหลายครั้ง ก็อาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต ขณะที่กทม.จะสั่งระงับการก่อสร้างโครงการที่กระทำฝ่าฝืนกฎหมายทันที

ส่วนที่ผู้ประกอบการอ้างว่าต้องยื่นขออนุญาตก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวิ เพราะการพิจารณาอีไอเอล่าช้า ยืนยันได้ว่าปัจจุบันการพิจารณาจะแล้วเสร็จภายในเวลา 75 วัน หากเกินไปกว่านั้นจะถือว่าอีไอเอผ่านการพิจารณาแล้ว ทำให้คณะกรรมการทุกชุดต้องเร่งดำเนินการโดยรวดเร็วและรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

แต่ปัญหาอาจเกิดจากผู้ประกอบการบางส่วนเลี่ยงกฎหมาย หรือจำต้องเร่งก่อสร้าง รวมทั้งมีโครงการเกิดขึ้นจำนวนมากถึง 1,400 โครงการ ทำให้บริษัทที่ปรึกษาซึ่งมีอยู่แค่ 51 บริษัทไม่สามารถรองรับงานได้ทัน หรือบางส่วนมีงานล้นมือจนทำให้การจัดทำอีไอเอไม่ได้มาตรฐาน

แหล่งข่าวจากสำนักการโยธา กทม. เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบการก่อสร้างโครงการที่พักอาศัยรวม พบว่าขณะนี้มีที่ก่อสร้างผิดแบบ มีการต่อเติม ขยายจำนวนยูนิต หรือสร้างสูงเกินความสูง 23 เมตร ซึ่งถือเป็นอาคารสูงตามที่กฎหมายกำหนดหลายร้อยอาคาร กระจายอยู่ทั้ง 50 เขต ซึ่งได้สั่งการให้สำนักงานเขตไปดำเนินการตามกฎหมายควบคุมอาคารแล้ว วิธีการคือทางเขตจะสั่งให้ระงับการก่อสร้าง จากนั้นปิดประกาศห้ามใช้อาคาร และให้ดำเนินการแก้ไขภายใน 30 วัน ถ้าเจ้าของอาคารยังไม่ยอมแก้ไขก็จะต้องรื้อถอน และมีโทษปรับรายวันกรณีไม่ระงับการก่อสร้าง

""กทม.เข้าไปตรวจสอบอาคารทุก 15 วันอยู่แล้ว ส่วนอาคารได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 39 ทวิ กทม.จะต้องตรวจสอบภายใน 120 วัน ซึ่งช่วงแรกจะไม่เห็นว่าเจ้าของอาคารสร้างผิดแบบ จะเห็นในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว เมื่อตรวจพบก็จะให้แก้ไขหรือสั่งระงับการก่อสร้าง""

จากนั้นนอกจากจะเอาผิดจากเจ้าของอาคารแล้ว ยังลงโทษวิศวกรและสถาปนิกที่ควบคุมการการก่อสร้างด้วย โดยส่งรายชื่อให้กับสภาวิศวกรและสถาปนิกดำเนินการต่อไป แต่ที่ผ่านมาทางสภาฯไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ การทำผิดจึงมีอยู่เรื่อยๆเนื่องจากกทม.ไม่มีอำนาจจะไปลงโทษได้

สำหรับอาคารที่สร้างหรือต่อเติมผิดไปจากแบบก่อสร้าง ขณะนี้พบว่าส่วนใหญ่เป็นคอนโดฯ ซึ่งสร้างเกินความสูงตามแบบที่ยื่นขออนุญาต ที่ดำเนินการแล้วมี 16 โครงการ ได้แก่ คอนโดวัน ของบริษัท พลัสพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 11 โครงการ โครงการ เดอะ พลัส ของบริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ซอยพหลโยธิน 37 นอกนั้นเป็นโครงการของบริษัท แอ็ทมิรัล จำกัด, บริษัท สุพรีมทีม จำกัด, บริษัท โชคพลัส จำกัด และบริษัท ฮาร์ทพลัสลิฟวิ่ง จำกัด

ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เท่าที่ทราบคอนโดฯที่สร้างสูงเกิน 23 เมตร มีอยู่หลายสิบอาคารกระจายอยู่หลายทำเล สาเหตุหลักๆ มาจากก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแบบที่ยื่นขออนุญาต เช่น ไม่ได้ขุดชั้นดินในส่วนชั้นล่างสุดของอาคาร แต่ใช้วิธีก่อสร้างระดับเดียวกับถนนเมื่อสร้างเสร็จตัวอาคารจึงสูงเกินที่กฎหมายกำหนด

นอกจากปัญหาความสูงอาคารเกินกำหนด เวลานี้ผู้ประกอบการหลายรายยังมีเจตนาจะหลีกเลี่ยงการจัดทำอีไอเอ โดยก่อสร้างไปก่อนโดยอาศัยมาตรา 39 ทวิ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เช่น ระบุจำนวนห้องชุดให้ไม่เกิน 79 ยูนิต แต่เมื่อก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จและเตรียมโอนให้ลูกค้า จะซอยห้องชุดมากกว่าที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้างตอนแรก แล้วยื่นอีไอเอส่วนที่ต่อขยายภายหลัง แต่ทราบว่า สผ.และ กทม.เข้มงวดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้นแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ระบุว่า ณ ไตรมาสที่ 3 ปี 2550 มีคอนโดฯที่อยู่ระหว่างเปิดขายรวม 185 โครงการ เปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ 3 ปี 2550 รวม 44 โครงการ คิดเป็นจำนวนยูนิตที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 34,257 ยูนิต ยังไม่เริ่มก่อสร้าง 8,789 ยูนิต

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ



 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ