Loading

2 หมื่นอาคารป่วน ตรวจไม่ทันเส้นตาย เอกชนวุ่น โยธาฯยันไม่ต่อเวลาให

วันที่ : 12 พฤศจิกายน 2550
2 หมื่นอาคารป่วน ตรวจไม่ทันเส้นตาย เอกชนวุ่น โยธาฯยันไม่ต่อเวลาให้

แหล่งข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า จากที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ.2548 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว โดยเจ้าของอาคาร 9 ประเภท จะต้องจัดให้ผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือด้านสถาปัตยกรรมตรวจสอบสภาพอาคาร โครงสร้างของตัวอาคาร และอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ของอาคาร เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยในการใช้อาคาร ให้แล้วเสร็จและจัดส่งรายงานการตรวจสอบต่อกรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 29 ธันวาคม 2550 นั้นมีแนวโน้มว่าเจ้าของอาคารที่อยู่ในข่ายต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร 20,000-30,000 แห่งทั่วประเทศ จะดำเนินการได้ไม่ทันกำหนด เนื่องจากถึงขณะนี้มีอาคารที่ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วน้อยมาก อย่างในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งมีอาคารขนาดใหญ่และอาคารสาธารณะกว่า 5,000 อาคาร ที่ต้องตรวจสอบ ล่าสุดช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาปรากฏว่ามีเจ้าของอาคารจัดส่งรายงานการตรวจสอบเข้ามาเพียงแค่ 12 รายเท่านั้นอาทิ อาคารเนชั่น, บริษัท โอเอโอ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด, บริษัท ไลฟ์มีเดียกรุ๊ป จำกัด, บริษัท ศุภธนา จำกัด, บริษัท มิโด โฮเต็ล จำกัด, บริษัท เกสร เรียลตี้ จำกัด, บริษัท พานิชภักดี จำกัด, บริษัท ซี.ดี.จี. เฮ้าส์ จำกัด เป็นต้น

 

ในส่วนของ กทม.ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะหาทางออกเรื่องนี้อย่างไร เพราะเกรงว่าเจ้าของอาคารจะแห่มายื่นเอกสารในช่วงท้ายๆ ก่อนถึงกำหนดเดดไลน์ นอกจากนี้กำลังปรึกษากับหลายๆ ฝ่ายว่า จะทำหนังสือถึงนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการ กทม. เพื่อขอหารือกับกระทรวงมหาดไทย เสนอขยายเวลาการยื่นรายงานการตรวจสอบออกไปดีหรือไม่

 

ส่วนการดำเนินการกับเจ้าของอาคารที่จัดส่งรายงานไม่ทัน จะมีโทษตามมาตรา 65 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืนอีก และไม่มีการแก้ไขตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งไปภายใน 30 วัน จะมีโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

 

สำหรับอาคารที่อยู่ในข่ายต้องตรวจสอบ ประกอบด้วย โรงมหรสพ โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป สถานบริการมีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตร.ม.ขึ้นไป อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวม ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป อาคารโรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตร.ม.ขึ้นไป ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่สูงจากพื้นดินตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตร.ม.ขึ้นไป หรือป้ายที่ติดหรือตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้าของอาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตร.ม.ขึ้นไป

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวม ได้รับการยกเว้นยังไม่ต้องจัดให้มีการตรวจสอบอาคาร โดยอาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่ไม่เกิน 5,000 ตร.ม. ได้รับการยกเว้นการจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารเป็นเวลา 7 ปี นับจากวันที่กฎกระทรวงบังคับใช้ และอาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่เกิน 5,000 ตร.ม. ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งในพื้นที่ กทม.มีอาคารที่อยู่ในข่ายได้รับยกเว้นประมาณกว่า 4,000 อาคาร

 

นายสมชาย ชุ่มรัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า จะไม่มีการขยายเวลาให้กับเจ้าของอาคารที่ต้องจัดทำรายงานการตรวจสอบอาคารออกไปแน่ และเชื่อว่าเจ้าของอาคารกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ จะสามารถจัดส่งรายงานได้ทันวันที่ 29 ธันวาคม โดยขณะนี้กรมโยธาฯอยู่ระหว่างให้หน่วยงานท้องถิ่นรวบรวมข้อมูลและผลการตรวจสอบอาคารทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีอาคารที่ตรวจสอบอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวนเท่าใด

 

ส่วนที่เจ้าของอาคารจัดส่งรายงานการตรวจสอบอาคารค่อนข้างล่าช้า เป็นเพราะมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้สำหรับว่าจ้างผู้ตรวจสอบอาคาร อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงวันที่ 29 ธันวาคมการตรวจสอบอาคารทั่วประเทศน่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จตามกำหนด เพราะเวลานี้กรมโยธาฯได้ขึ้นทะเบียนผู้ตรวจสอบอาคารมากถึง 1,039 รายแล้ว สามารถรองรับงานตรวจสอบอาคารทั้งหมดได้ นอกจากนี้ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้รับการรายงานจากท้องถิ่นว่าการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้มีปัญหาหรืออุปสรรค

 

ด้านร้อยโทวโรดม สุจริตกุล นายกสมาคมผู้ตรวจสอบและบริหารความปลอดภัยอาคาร เปิดเผยว่า แม้ภายหลังวันที่ 29 ธันวาคม 2550 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดเส้นตายที่เจ้าของอาคารต้องส่งแบบรายงานการตรวจสอบให้แก่ภาครัฐ อาจมีอาคารจำนวนหนึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ทันตามกำหนด ส่วนกรณีที่ปัจจุบันมีผู้ส่งแบบรายงานถึง กทม.เพียง 10 อาคาร ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทั้งที่เหลือระยะเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือน เชื่อว่าน่าจะมีอาคารอีกหลายแห่งที่ผ่านการตรวจสอบพร้อมจัดทำแบบรายงานเป็นที่เรียบร้อย แต่เนื่องจากยังมีเวลาอยู่พอสมควร จึงต้องการแก้ไขปรับปรุงอาคารให้ถูกต้องก่อน จากนั้นจึงค่อยส่งแบบรายงานให้กับภาครัฐ

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น มีข้อเสนอแนะว่า 1)กรณีเจ้าของอาคารอยู่ระหว่างว่าจ้างตรวจสอบอาคาร อาจตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยไม่ทันกำหนดเดดไลน์ ภาครัฐน่าอะลุ้มอล่วยให้ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้ดำเนินการใดๆ ก็น่าจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย และ 2)กรณีที่เจ้าของอาคารตรวจสอบและจัดส่งแบบรายงานทันตามกำหนด ภาครัฐควรติดตามว่ามีการแก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ตรวจสอบอาคารหรือไม่

 

ร้อยโทวโรดมกล่าวต่อว่า เพื่อให้เจ้าของอาคารตื่นตัวในเรื่องนี้ สมาคมมีแนวคิดจะเป็นตัวกลางให้เกิดการพบปะเจรจากันระหว่างเจ้าของอาคาร-ผู้ตรวจสอบอาคาร โดยสัปดาห์หน้าจะจัดการประชุมคณะกรรมการสมาคมเพื่อหารือเกี่ยวกับการกำหนดวันและสถานที่จัดงานพบปะเจรจาดังกล่าว เบื้องต้นจะจัดขึ้นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สนใจทั้งผู้ตรวจสอบอาคารและเจ้าของอาคารสามารถดูรายละเอียดพร้อมลงทะเบียนแสดงความจำนง ผ่านทางเว็บไซต์สมาคมฯ www.bsa.or.th

 

ทั้งนี้ เชื่อว่าถึงปัจจุบันผู้ตรวจสอบที่ผ่านการขึ้นทะเบียนจากกรมโยธาฯ แล้วมีจำนวนเพียงพอ เห็นได้จากมีบริษัทรับตรวจสอบอาคารจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ค่อยมีลูกค้า แต่ปัญหาที่พบคือถึงขณะนี้ยังมีเจ้าของอาคารที่ไม่ทราบ หรือไม่แน่ใจว่าอาคารของตนเข้าข่ายต้องตรวจสอบหรือไม่อีกจำนวนมาก โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด อาทิ เมืองพัทยา ซึ่งมีสถานบริการซึ่งเข้าข่ายต้องตรวจสอบมาก แต่บางส่วนไม่ทราบเรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่การตรวจสอบอาคารเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้อาคารทุกคน เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากหลายครั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักและให้ความสำคัญ

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ