Loading

กคช.ย้ำต้องทุบแฟลตดินแดง AIT ยันซ่อมไม่ปลอดภัย/เสี่ยงถล่

วันที่ : 19 ตุลาคม 2550
กคช.ย้ำต้องทุบแฟลตดินแดง AIT ยันซ่อมไม่ปลอดภัย/เสี่ยงถล่ม

ขวัญสรวง อติโพธิ ประธานคณะอนุกรรมการฟื้นฟูชุมชนเมือง กล่าวว่า จะเร่งลงชุมชนพูดคุยกับชาวบ้านให้เข้าใจว่า ระหว่างการซ่อมและการทุบสร้างใหม่จะทำให้ชีวิตของชาวบ้านเป็นอย่างไร หากเลือกที่จะซ่อมก็ยังมีปัญหาว่าใช้แหล่งเงินจากที่ใด เพราะฐานะการเงินของ กคช. อยู่ในภาวะขาดทุนอย่างหนัก ไม่สามารถแบกรับภาระเพียงฝ่ายเดียวได้ หากประเมินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมแล้ว พบว่าจะต้องใช้งบถึง 399 ล้านบาท หรือ 201,450 บาทต่อยูนิต และยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะอยู่ได้นานเพียงใด ทำให้ กคช. มีความเสี่ยงที่จะต้องรับผิดชอบหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อีกทั้งค่าเช่าที่ผู้เช่าจ่ายในอัตรา 300 บาทต่อเดือนในปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าราคาในตลาดมาก และยังไม่ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม

               

หากเลือกที่จะสร้างใหม่ กคช. ยึดหลักในการดำเนินงานว่า 1.ผู้เช่าที่ต้องการอยู่ต่อทุกคนจะต้องได้สิทธิ์ในการกลับเข้ามาอยู่ในตึกใหม่ก่อน 2.ผู้เช่าที่ต้องการย้ายออกก็จะจ่ายค่าชดเชยและค่าขนย้ายให้  3.ผู้เช่าที่ต้องการอยู่ที่เดิม ในอัตราค่าเช่าเดิม กคช. จะให้ย้ายไปอยู่แทนผู้เช่าในส่วนแฟลตดินแดง 2 (โซนสีส้มและเหลือง) ที่ย้ายออก 4.ผู้เช่าที่ย้ายออกสามารถเลือกไปอยู่ในโครงการบ้านเอื้ออาทรที่มีอยู่ทั่วประเทศได้ ซึ่งจะได้กรรมสิทธิ์ขาด และมีค่าใช้จ่ายในการรับผิดชอบต่อเดือนไม่แตกต่างจากค่าเช่าที่จ่ายให้แฟลตดินแดงมากนัก

               

หากชาวบ้านเลือกที่จะให้ กคช. สร้างใหม่ ปัญหา คือ ระหว่างที่ก่อสร้างอาคารใหม่ จะหาทางออกให้กับผู้เช่าเก่าที่ต้องย้ายออกไปอย่างไร ซึ่งพวงเพ็ญ วิบูลย์สวัสดิ์ คณะอนุกรรมการฟื้นฟูชุมชนเมือง กล่าวถึงแผนการพัฒนาว่า จะดำเนินการทุบแฟลต 9-20 จำนวน 6 อาคารจากทั้งหมด 12 อาคารในโซน C ก่อน ซึ่งจะกระทบกับชาวบ้านที่ต้องย้ายออกเพียง 300 ครอบครัว โดยจะพัฒนาเป็นอาคารสูง 20 ชั้น 5 อาคาร รวม 2,000 ยูนิต พร้อมอาคารจอดรถ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้เช่าเก่าจากอาคารในโซน A, B และ C ซึ่งเป็นโซนสีแดงที่มีอายุมากกว่า 45 ปี และมีความอันตรายสูงได้ทั้งหมด โดยอาคารโซน C จะใช้เวลาก่อสร้าง 1-2 ปี ใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท มาจาก กคช. 500-600 ล้านบาท และขอให้รัฐบาลช่วยอุดหนุนงบประมาณส่วนหนึ่ง รวมทั้งให้รัฐบาลค้ำประกันอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ส่วนการฟื้นฟูเมือง  200 ไร่ทั้งโครงการคาดว่าจะใช้เวลา 20 ปี

               

นอกจากนี้ในพื้นที่ด้านล่างของอาคารจะจัดเป็นพื้นที่ให้เช่าเพื่อการพาณิชย์ที่จัดอย่างเป็นระเบียบ เพื่อรองรับการค้าขายของคนในชุมชน โดยค่าเช่าพื้นที่จะกลายเป็นรายได้ส่วนหนึ่งมาชดเชยค่าเช่าที่ กคช. เก็บต่ำกว่าราคาตลาด ทั้งนี้รูปแบบกรรมสิทธิ์ของอาคารใหม่จะเปลี่ยนเป็นการเช่าระยะยาว 25 ปีกับ กคช. สามารถเปลี่ยนมือได้แทนการเช่าเดิมที่เป็นปีต่อปี ซึ่งจะทำให้ผู้เช่ารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของมากขึ้น โดยจะแบ่งเป็นการจ่ายเงินก้อนแรก 6,540 บาท สำหรับห้องขนาด 33.75 ตร.ม. และ7,548 บาท สำหรับห้องขนาด 40 ตร.ม. (ผ่อน 24 งวด) และค่าเช่าต่อเดือน 3,340 บาท และ3,945 บาท เป็นเวลา 25 ปี รวมทั้งค่าภาษีโรงเรือนและค่าดูแลชุมชนประมาณ 500-700 บาท

               

สำหรับต้นทุนค่าก่อสร้างจริงไม่รวมค่าที่ดินคิดเป็น 1.1 ล้านบาท-1.5 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งอัตราค่าเช่าใหม่นับว่ายังต่ำกว่าต้นทุนจริงอยู่มาก ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯ มีแผนที่จะพัฒนาโซน A และ B ในเชิงพาณิชย์ แต่เน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เช่าใหม่ที่มีรายได้สูงขึ้นเป็นหลัก เนื่องจากในอนาคตดินแดงจะเป็นทำเลที่มีรถไฟฟ้าผ่านถึง 2 สาย ทำให้มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งจะสามารถนำรายได้ส่วนนี้มาชดเชยค่าเช่าของผู้เช่ารายเก่าที่เก็บในอัตราต่ำได้ โดยผ่อนล่วงหน้า 15,035-17,820 บาทต่อเดือน คิดอัตราค่าเช่า 7,655-9,070 บาทต่อเดือน หากรายได้จากส่วนนี้คงเหลือ จะนำมาตั้งเป็นกองทุนเพื่อการฟื้นฟูเมืองต่อไป

               

ต่อจากนี้คณะอนุกรรมการฯ จะเร่งดำเนินการทำความเข้าใจกับชาวบ้านถึงการฟื้นฟูเมืองว่าจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างไร และให้เกิดผลเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด เสนอต่อ ครม. ให้มีการอนุมัติแนวคิดในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งคาดว่าเมื่อชาวบ้านมีความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลในอนาคตก็จะเป็นเกราะกำบังไม่ให้มีการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ