Loading

รัฐเล็งปรับปรุงพื้นที่วิกฤตน้ำบาดาล เข้มมีนบุรี-ลาดกระบัง-สมุทรสาค

วันที่ : 15 ตุลาคม 2550
รัฐเล็งปรับปรุงพื้นที่วิกฤตน้ำบาดาล เข้มมีนบุรี-ลาดกระบัง-สมุทรสาคร

นางสมคิด บัวเพ็ง อธิบดีกรมทรัพยากร น้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีแผนจะปรับปรุงเขตวิกฤตน้ำบาดาลใหม่ จากที่มีอยู่ทั้งหมด 7 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นครนายก ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้นจึงน่าจะปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในการกำหนดพื้นที่เขตวิกฤตน้ำบาดาลจะดูจากระดับการทรุดตัวของดินและการใช้น้ำบาดาล โดยเขตวิกฤตน้ำบาดาลที่จะปรับปรุงใหม่ยังครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดเดิมบางส่วนที่ยังน่าเป็นห่วง เช่น สมุทรสาคร เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ น้ำทะเลหนุน เข้ามามาก ทำให้ดินมีการทรุดตัว

 

ส่วนใน กทม.ที่น่าห่วงคือ พื้นที่เขตรอบนอกอย่างมีนบุรี ลาดกระบัง หนองจอก เพราะยังมี การขุดเจาะน้ำบาดาลใช้ในปริมาณที่สูง และกรมไม่สามารถควบคุมถึงการขออนุญาตจัดสรรที่ดินในพื้นที่เหล่านั้นได้ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจ แต่จะพิจารณาว่าจะให้ได้มากน้อยแค่ไหน โดยพยายามไม่ให้มีการก่อสร้างกระจุกตัวกันมากเกินไป แต่ละจุดควรจะห่างกัน 100-200 เมตร เป็นต้น

 

""ปัจจุบันการใช้น้ำบาดาลเริ่มลดลง จากที่เคยมีปริมาณการใช้สูงสุด 2.2 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ในปี 2541 เหลือ 1.23 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน และมีปริมาณน้ำใช้จริงเพียงแค่ 3.61 แสน ลบ.ม.ต่อวัน เพราะเรามีการควบคุมการขุดเจาะ และการใช้น้ำบาดาล นอกจากนี้หลายพื้นที่มีน้ำประปาเข้าถึงแล้ว ทำให้ปัญหาเริ่มคลี่คลายลง""         

 

นางสมคิดกล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการขยายการตรวจวัดระดับน้ำบาดาล โดยประสานงานกับกรมแผนที่ทหารเพื่อขยายเขตการก่อสร้างหมุดหลักฐานและตรวจวัด ให้ครอบคลุมพื้นที่ กทม.และปริมณฑล รวมทั้ง 7 จังหวัด โดยจะขยายไปยังจังหวัดอยุธยา นครปฐม ควบคุมการใช้น้ำบาดาลให้อยู่ในปริมาณที่สามารถสูบใช้ได้อย่างปลอดภัย

 

สำหรับแผนการดำเนินการในปี 2551 กรมจะแก้ไขพระราชบัญญัติน้ำบาดาลเพื่อควบคุมสารปนเปื้อน ซึ่งหากตรวจสอบพบในพื้นที่ใดก็อาจให้ เสียค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงแก้ไข นอกจากนี้จะออกกฎกระทรวงลดหย่อนการจัดเก็บค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลใหม่ ในพื้นที่วิกฤตทั้ง 7 จังหวัด จากปัจจุบันจัดเก็บอยู่ที่ 8.50 บาท/ลิตร สำหรับการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมการเกษตรกรรม เป็นต้น

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ