Loading

รัฐดันอาคาร-จัดสรรติดฉลากเบอร์ 5 + ทุ่มงบ 200 ล้านจ้างที่ปรึกษาให้คำแนะนำ/เตรียมออกก.ม.ควบคุมการใช้พลังงา

วันที่ : 20 กันยายน 2550
รัฐดันอาคาร-จัดสรรติดฉลากเบอร์ 5 + ทุ่มงบ 200 ล้านจ้างที่ปรึกษาให้คำแนะนำ/เตรียมออกก.ม.ควบคุมการใช้พลังงาน

ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงต้องการส่งเสริมให้อาคารทั้งหลายทั่วประเทศมีการใช้พลังงานอยู่ในขั้นต่ำกว่ามาตรฐานซึ่งปัจจุบันนี้อาคารเหล่านี้มีการใช้พลังงานคิดเป็น 20% ของประเทศ ครอบคลุมอาคารขนาดใหญ่ ขนาดกลาง อาคารที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์เชิงพาณิชย์ และอาคารพักอาศัย โดยอาคารใดที่ใช้พลังงานต่ำกว่ามาตรฐาน กระทรวงจะมอบประกาศนียบัตรเชิดชูซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งผู้อยู่อาศัยในอาคารและเจ้าของอาคาร ในส่วนของบ้านจัดสรรยังสามารถใช้เป็นจุดส่งเสริมทางการตลาดได้อีก

 

อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีเจ้าของอาคารยื่นความจำนงมาแล้วประมาณ 900 อาคาร มีทั้งอาคารเก่าและอาคารใหม่ที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง เช่น โครงการบ้านจัดสรรของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) โครงการศูนย์การค้าของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ จำนวน 4 อาคาร พื้นที่ประมาณ 200,000 ตร.ม. ฯลฯ ทั้งนี้กระทรวงพลังงานต้องการขยายผลให้ครอบคลุมถึงอาคารที่มีการใช้งานแล้วและอาคารที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

ส่วนทางด้านค่าใช้จ่ายที่เจ้าของอาคารมีความกังวล จากการประเมินค่าใช้จ่ายพบว่าเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เพราะจะมีการทำงานร่วมกันตั้งแต่การออกแบบอาคารและการใช้วัสดุในการตกแต่งซึ่งอาจจะไปลดในส่วนที่ไม่จำเป็นและเพิ่มในส่วนที่จะช่วยประหยัดการใช้พลังงานให้กับอาคาร ทั้งนี้เจ้าของอาคารจะไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดซึ่งทางกระทรวงจะมีที่ปรึกษาไปคอยให้คำแนะนำตั้งแต่การปรับปรุงแบบอาคารไปจนกระทั่งอาคารสร้างแล้วเสร็จจากนั้นทางกระทรวงจะมีการประเมินค่าการใช้พลังงานอีกครั้ง

 

ขณะที่ รศ. ธนิต จินดาวณิค หัวหน้าโครงการด้านดำเนินการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในอาคารโดยการติดฉลาก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า ใน 3 ปีแรกตั้งเป้าไว้ 200 อาคารเพื่อให้พอดีกับงบประมาณที่ตั้งไว้ 200 ล้านบาทในเรื่องของค่าจ้างที่ปรึกษาที่จะเข้าไปช่วยให้คำแนะนำกับเจ้าของโครงการ ส่วนโครงการที่เหลืออีก 700 อาคาร อาจต้องรอเงินสนับสนุนก้อนใหม่

 

ทั้งนี้ เป้าหมายที่ต้องการหากเป็นอาคารการใช้พลังงานจะต้องลดลงประมาณ 40% ส่วนอาคารที่อยู่อาศัยจะต้องลดลง 15-20% ส่วนเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้นหากเป็นอาคารประเภทที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเก่า ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นราว 3% แต่อุณหภูมิความร้อนในบ้านสามารถลดลงได้ 3 องศา ส่วนบ้านใหม่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 1% เท่านั้น

 

อย่างไรก็ดี เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม กระทรวงอยู่ระหว่างการร่างกฎกระทรวงให้มีการควบคุมการใช้พลังงานอาคารประเภทโรงแรมและห้างสรรพสินค้าที่จะเกิดขึ้นใหม่ รวมถึงหากอาคารใดมีพื้นที่เกิน 2,000 ตร.ม. ด้วย โดยจะนำเสนอคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติในคราวประชุมในวันที่ 28 กันยายนนี้ หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ค.ร.ม.) และส่งไปให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังจากนั้นจึงนำกลับมาเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติของครม.อีกครั้ง คาดว่าจะใช้ระยะเวลาทั้งสิ้นประมาณ 6 เดือนซึ่งอาจจะเป็นสมัยรัฐบาลหน้า

 

สำหรับ ข้อกำหนดการใช้พลังงานในอาคารที่จะขออนุญาตก่อสร้างใหม่ จะประกอบไปด้วย ค่าการถ่ายเทความร้อนผ่านกรอบอาคาร, ค่ามาตรฐานกำลังไฟฟ้าส่องสว่างสูงสุดสำหรับอาคารประเภทต่างๆ, ค่ามาตรฐานสำหรับระบบปรับอากาศ, ค่ามาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ผลิตความร้อน และค่ามาตรฐานการใช้พลังงานโดยรวม ตัวอย่างเช่น ค่ากำลังไฟฟ้าส่องสว่างอาคาร ประเภท อาคารสำนักงาน หรือสถานศึกษา ค่ากำลังไฟฟ้าส่องสว่างสูงสุดคือ 14 วัตต์/ตร.ม.ของพื้นที่ใช้งาน อาคาร, อาคารประเภทโรงแรม โรงพยาบาล-สถานพักฟื้น ค่ากำลังไฟฟ้าส่องสว่างสูงสุดคือ 12 วัตต์/ตร.ม.ของพื้นที่ใช้งาน และอาคารประเภทร้านค้าย่อย ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า หรือซูเปอร์สโตร์ ค่ากำลังไฟฟ้าส่องสว่างสูงสุด 18 วัตต์/ตร.ม.ของพื้นที่ใช้งาน เป็นต้น

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ