Loading

เปิดแผนจุฬาฯดึงทุนอสังหาฯ ปั้นโปรเจ็กต์สยามสแควร์ 3 พันล

วันที่ : 13 กันยายน 2550
เปิดแผนจุฬาฯดึงทุนอสังหาฯ ปั้นโปรเจ็กต์สยามสแควร์ 3 พันล.

แหล่งข่าวจากสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า ปีนี้คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อสำนักงานจัดการทรัพย์สินมีนโยบายเร่งพัฒนาพื้นที่แต่ละจุดในย่านสยามสแควร์ให้สัมฤทธิผลเร็วที่สุด โดยในอีก 3 เดือนข้างหน้า จุฬาฯจะเปิดประมูลโครงการใหญ่มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท หรือ ""โครงการบล็อก L"" ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ครึ่ง บริเวณถนนอังรีดูนังต์ ด้านหลังสยามสแควร์ เพื่อต่อเชื่อมสู่พื้นที่ด้านในอย่างเป็นระบบ

 

การพัฒนาจะแยกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ อาคารจอดรถใต้ดินขนาดใหญ่ ระดับ 10 ชั้น ส่วนนี้จุฬาฯจะเป็นผู้ลงทุนเอง ขณะนี้อยู่ระหว่างคัดเลือกบริษัทสถาปนิกผู้ออกแบบ ส่วนที่สองจะเป็นโครงการพัฒนาที่ดินต่อเนื่องในบริเวณใกล้เคียง ล่าสุดกำลังร่างประกาศเชิญชวน จะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ โดยจะให้บริษัทรับเหมาเอกชนร่วมลงทุน

 

ส่วนโครงการเซ็นเตอร์พอยต์ หรือโครงการตัว T ทำเลไข่แดงในย่านสยามฯที่ต่อเชื่อมกับทาง ขึ้น-ลงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หลังจุฬาฯเปิดประมูลไปแล้วนั้นปรากฏว่า บริษัทรายใหญ่ชื่อดังทั้ง 6 รายต่างเสนอแบบที่ดูแปลกและสวยงามมาก ถือเป็นมิติใหม่ในการนำเสนอไอเดียที่ฉีกแนว

 

""แบบที่เอกชนเสนอมาบอกตรงๆ ว่า แปลกและแหวกแนวมาก เช่น มีบางรายเสนอสร้างเป็นตึกบางๆ หน้าถนนพระรามที่ 1 ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้า 13 คูหาและจุดต่อเชื่อมบีทีเอส อีกรายก็มาแนวใหม่เลย เสนอแบบเป็นรูปตัวหนอน หรือ wave ตลอดแนวจากหน้าถนนยาวคร่อมไปถึงด้านในเซ็นเตอร์พอยต์เลย เป็นการตีโจทย์ gate way of Siam ทะลุปรุโปร่ง เชื่อว่าแนวนี้เป็นไอเดียสถาปนิกต่างชาติ"" แหล่งข่าวกล่าว

 

แหล่งข่าวระบุว่า เอกชนทั้ง 6 รายมีความมุ่งมั่นที่จะประมูลโครงการเซ็นเตอร์พอยต์ให้ได้ เพราะถือเป็นมาสเตอร์พีซและสามารถกำหนดเทรนด์เซตเตอร์ได้ในอนาคต เพราะตลาดวัยรุ่นถือเป็นตลาดที่มีการจับจ่ายใช้สอยมากที่สุด รวมไปถึง พ่อแม่และผู้ปกครองที่มีกำลังซื้อ

 

""เท่าที่ทราบกลุ่มเจ้าสัวเจริญ (สิริวัฒนภักดี) ได้เสนอชื่อบริษัทโนเนมมาก็จริง แต่มีเสนอชื่อพันธุ์ทิพย์พลาซ่าเข้ามาเป็นพันธมิตรด้วย แนว ออกแบบก็อย่างที่รู้ๆ กัน ค่ายนี้มีกลุ่มแคปปิตอล แลนด์ ยักษ์พัฒนาและยักษ์ค้าปลีกที่ใหญ่สุดในสิงคโปร์เป็นผู้ร่วมทุน แบบตัวหนอนก็มาจากค่ายนี้และฐานะทางการเงินก็ไม่มีปัญหา"" แหล่งข่าววิเคราะห์

 

ขณะที่ค่าย ซี.พี.ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ซึ่งมี ""ทรู คอร์ปอเรชั่น-เซเว่นอีเลฟเว่น"" ร่วมเป็นพันธมิตรนั้น ชื่อเสียงไม่มีปัญหา แต่คณะกรรมการบางท่านตั้งข้อสังเกตว่า แม้ภาพกลุ่มนี้จะดูดีมีฐานะ แต่ข้อเท็จจริงฐานะทางการเงินของ บริษัททรูฯซึ่งกำลังเป็นหัวหอกในการบุกหนักกับธุรกิจที่เป็นไลฟ์สไตล์นั้นมีตัวเลขติดลบ เกรงว่าจะติดล็อกกับเงื่อนไขบางประการ

 

อนึ่งบริษัทที่เข้าร่วมเสนอแผนพัฒนาโครงการเซ็นเตอร์พอยต์ ได้แก่ 1)บมจ.สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ 2)บริษัทสยามพิวรรธ์ ร่วมกับกลุ่มเอ็มบีเคและ บมจ.แสนสิริ 3)บมจ.ธนายง ร่วมกับ วีจีไอ และบริษัทระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอสซี) 4)บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับเซเว่นอีเลฟเว่น และ 5)กลุ่มพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี และ 6) บริษัท พรไพลิน ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด (เป็นผู้เช่ารายเดิมโดยตอนแรกตัดสินใจไม่ต่อสัญญา อย่างไรก็ตาม ในตอนหลังได้เสนอตัวเข้าเป็นผู้แข่งขันเสนอแผนพัฒนาโครงการ 1 ใน 6 ราย)

 

""ประชาชาติธุรกิจ"" ได้สอบถามความคืบหน้า รศ.ดร.บุญสม เลิศหิรัญวงศ์ รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำกับดูแลสำนักงานจัดการทรัพย์สิน ได้รับคำตอบสั้นๆ ว่า ""ผมไม่อยากพูดอะไร รายละเอียดมันเยอะและตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เมื่อผลสรุปออกมาแล้ว ผมจะเปิดแถลงข่าวใหญ่ไปเลย แต่บอกได้คำเดียวว่า จุฬาฯจะทำหลังบ้านให้เป็นหน้าบ้าน เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุด""

 

ขณะที่ รศ.มานพ พงศทัต อาจารย์ประจำภาควิชาเคหะการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยอมรับกับ ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า เอกชนรายใหญ่ให้ความสนใจโครงการ ""เซ็นเตอร์พอยต์ สยามสแควร์"" มาก ทั้งๆ ที่มีเนื้อที่เพียง 1 ไร่เศษ เพราะโครงการนี้กำลังจะหมดอายุสัญญากับผู้เช่ารายเดิมแล้ว คือบริษัท พรไพลิน ดีเวลล็อปเมนท์ ในเร็วๆ นี้

 

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้จะนำแผนการพัฒนาโครงการของแต่ละบริษัทเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาจะไม่ได้คำนึงถึงบริษัทที่ให้ผลตอบแทนกับจุฬาฯสูงสุด แต่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ 2 ส่วน คือ 1)ตอบสนองแนวคิดของจุฬาฯที่ต้องการให้เซ็นเตอร์พอยต์เป็นเกตเวย์ (ศูนย์รวมการเข้าออก) ของสยามสแควร์

2)รูปแบบโครงการสอดรับหรือทำให้สิ่งแวดล้อมในบริเวณโดยรอบดีขึ้น เหตุผลเนื่องจากที่ดินทั้งหมดภายใต้ความดูแลของจุฬาฯถือเป็นทรัพย์สินของรัฐ จึงไม่สามารถจัดหาผู้เช่าโดยคำนึงถึงผลตอบแทนเป็นหลักได้ คาดว่าภายในพฤศจิกายนนี้น่าจะทราบผลว่าบริษัทใดจะคว้าสิทธิ์ไป

 

รศ.มานพยอมรับว่า ที่ดินบริเวณสยามสแควร์ ช่วงหัวมุมแยกอังรีดูนังต์ (ตรงข้ามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ปัจจุบันเป็นอาคารพาณิชย์หลายคูหา รวมเนื้อที่หลายไร่ เป็นที่ดินอีกแปลงที่อยู่ระหว่างหาผู้พัฒนารายใหม่ โดยจุฬาฯกำหนดแผนพัฒนาพื้นที่ใหม่ให้เป็นอาคารสูง ซึ่งเป็นโครงการใหญ่กว่าเซ็นเตอร์พอยต์

 

อนึ่งที่ดินย่านสยามสแควร์ทั้งหมด มีเนื้อที่ประมาณ 63 ไร่ เป็นบล็อกสี่เหลี่ยม กินพื้นที่เชิงพาณิชย์ตั้งแต่ ถนนพญาไท ถนนพระรามที่ 1 ถนนอังรีดูนังต์ ปัจจุบันมีอาคารพาณิชย์ที่ทำสัญญาเช่ากับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ ทั้งหมด 610 คูหา

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ