Loading

มนุษย์คอนโดฯร้องรัฐแก้ก.ม.อาคารชุ

วันที่ : 24 มิถุนายน 2550
มนุษย์คอนโดฯร้องรัฐแก้ก.ม.อาคารชุด

                กลุ่มเครือข่ายตนคอนโด นำโดยนายภิรมย์ แม้นโกศล, นายสุพัฒน์ วรเวทวิชัย เจ้าของร่วมในโครงการอาคารชุดเดอะวอเตอร์ฟอร์ด ไดมอนด์, นายปฐมพงศ์ เจียมอุดมสิน เจ้าของร่วมในโครงการอาคารชุดเดอะทรีโอการ์เด้น, นายสุชาติ เกียรติธร เจ้าของร่วมในโครงการอาคารชุดเอสวี ซิตี้, พ.ต.ท.สถาพร เชื้อพันธ์ เจ้าของร่วมในโครงการอาคารชุดป็อปปูล่า เมืองทองธานี, นางสมศรี วิจิตรทองเรือ เจ้าของร่วมในโครงการอาคารชุดวอเตอร์ฟอร์ด พระราม 4 ได้ยื่นเสนอขอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 แก่คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีนายประพันธ์ คูณมี เป็นประธานคณะกรรมาธิการ

 

ทั้งนี้ ผู้อยู่อาศัยในโครงการอาคารชุดได้รวมตัวกันขอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติอาคารชุดที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยนายภิรมย์ แม้นโกศล หนึ่งในแกนนำตนคอนโด กล่าวว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 ได้มีการใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว มีหลักการและรายละเอียดบางประการไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน โดยมีจุดอ่อนหลายประการที่เป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆ ซึ่งการแก้ไขปัญหาไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยจึงควรจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในบทบัญญัติบางประการรวมถึงให้ความคุ้มครองกับผู้บริโภคที่ซื้ออาคารชุดและวางแนวทางป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายในอนาคต

 

ด้านพ.ต.ท.สถาพร เชื้อพันธ์ เจ้าของร่วมในโครงการอาคารชุดป็อปปูล่า เมืองทองธานี เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคว่า ที่ผ่านมาการอยู่อาศัยในอาคารชุดเกิดปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งฝ่ายเจ้าของโครงการผู้ก่อสร้างอาคารชุด หรือ ผู้บริหารอาคารชุด กับผู้พักอาศัยในอาคารชุด หรือเจ้าของร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหาความขัดแย้งนี้ส่วนใหญ่เมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถจะระงับจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้ได้โดยอาศัยขั้นตอนกระบวนการที่พระราชบัญญัติอาคารชุดฯกำหนดแนวทางไว้

 

อย่างไรก็ดี ปัญหาที่โดยมากที่เจ้าของร่วมในอาคารชุดต้องเจอ การที่เจ้าของโครงการ บิดบังในเรื่องของทรัพย์ส่วนกลางและทรัพย์ส่วนบุคคล ทำให้เจ้าของร่วมเข้าใจผิดคิดว่าสาธารณูปโภคในโครงการต่างๆ เป็นทรัพย์ส่วนกลาง และยังนำทรัพย์นั้นไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของเจ้าของโครงการ โดยเป็นการอาศัยช่องว่างของจากกฎหมายควบคุมการก่อสร้างและพระราชบัญญัติอาคารชุดฯ นำพื้นที่ส่วนกลางมาใช้ประโยชน์ ซึ่งการนำอาคารมาจดทะเบียนเป็นอาคารชุด จะใช้หลักฐานคนละชนิดกับที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ทำให้สิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะและการใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะของอาคาร (ทรัพย์ส่วนกลาง) เป็นทรัพย์ส่วนบุคคล และถูกนำมาแสวงหาประโยชน์ เช่น ลานจอดรถโดยรอบอาคาร, ถนนทางเข้าสู่อาคาร, ที่จอดรถถูกนำไปขาย

 

ดังนั้นควรมีการแก้ไขหลังจากเจ้าของโครงการได้ใบอนุญาตก่อสร้างแล้วห้ามมิให้มีการทำนิติกรรมอันใดที่จะก่อให้เกิดภาระผูกพันกับที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคและที่ดินเพื่อการบริการสาธารณะ โดยการจดทะเบียนอาคารชุดต้องใช้เอกสารชนิดเดียวกับที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง และหากยังไม่ได้ใบอนุญาตในการก่อสร้างอาคารห้ามมิให้เจ้าของโครงการก่อสร้างก่อน

 

นอกจากนั้นแล้ว เจ้าของโครงการมักปิดบังข้อมูลว่าอะไรบ้างเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลางโดยไม่ได้ตีพิมพ์รายละเอียดต่างๆ อย่างครบถ้วนลงในใบโฆษณาชวนเชื่อ ดังนั้นควรจะมีข้อบังคับในข้อความโฆษณาจะต้องตรงกับหลักฐานและรายละเอียดที่กำหนดไว้ในคำขออนุญาตด้วย และในกรณีที่เจ้าของร่วมต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายที่เกิดจากบริการส่วนรวมและที่เกิดจากเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันตามพื้นที่ห้องชุด ส่วนค่าใช้บริการให้จ่ายตามความจริง ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

 

พ.ต.ท.สถาพร กล่าวต่อว่า การจัดตั้งนิติบุคคลที่เกิดขึ้นโดยมากกระทำโดยเจ้าของโครงการ เนื่องจากในช่วงแรกโครงการยังขายไม่หมด ดังนั้น ผู้ประกอบการยังเป็นผู้จัดทำข้อบังคับ ซึ่งเกือบทั้งหมดของข้อบังคับเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและทำให้เจ้าของร่วมเดือดร้อน ซึ่งควรจะมีการร่างกรอบคราวๆ ว่าควรจะมีอะไรเป็นมาตรฐานบ้าง และในกรณีเมื่อเจ้าของร่วมเกิดข้อสงสัยในการใช้จ่ายโดยไม่มีหลักฐานทางบัญชีของนิติบุคคล พระราชบัญญัติอาคารชุดเดิมก็ไม่เอื้อให้เจ้าของร่วมเข้าไปตรวจสอบทางบัญชีจึงควรจะมีการเสียภาษีเพื่อให้สามารถตรวจสอบทางบัญชีได้

 

นอกจากนี้ ขอให้มีการแก้ไขผู้มีสิทธิเรียกประชุมใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายนิติบุคคลเป็นฝ่ายเรียกประชุมใหญ่ได้เพียงแต่ฝ่ายเดียว เครือข่ายตนคอนโดเห็นว่าเจ้าของร่วมควรจะสามารถเรียกประชุมใหญ่ได้เมื่อมีปัญหาความขัดแย้งโดยใช้เสียง 1 ใน 4 จากเดิม 1 ใน 3 ก็สามารถเรียกประชุมได้ อีกทั้ง พระราชบัญญัติอาคารชุดฯ เดิม ไม่มีบทลงโทษผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งในส่วนของเจ้าของโครงการ ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด และเจ้าของรวม เมื่อต่างฝ่ายๆ ต่างทำผิด กฎ กติกา ที่วางไว้ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ จึงควรจะมีบทลงโทษผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย เช่น การปรับ อย่างไรก็ดียังมีการยื่นเสนอขอให้ผู้เช่าชื่อในโครงการเอื้ออาทร สามารถใช้สิทธิออกเสียงได้ หลังจากพ้นการชำระเงินดาวน์ไปแล้วโดยไม่ต้องรอโอน ซึ่งในกรณีดังกล่าว นางชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์ กรรมาธิการ ได้ให้ความคิดเห็นว่าน่าจะให้สิทธิ์ออกเสียงกับผู้เช่าซื้อที่ชำระค่าส่วนกลางเท่านั้น

 

ด้านนายประพันธ์ คูณมี ประธานคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติอาคารชุดเดิม เป็นการยกร่างมาจากต่างประเทศเมื่อนำมาใช้กับสังคมไทยทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติผู้จัดการอาคารชุดและวิธีการประชุม การจัดเก็บค่าส่วนกลาง เป็นต้น อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการรับที่จะผลักดันเรื่องดังกล่าวสู่สภานิติบัญญัติแต่ไม่สามารถรับปากได้ว่าจะทันในสมัยรัฐบาลนี้หรือไม่ ต่อกรณีดังกล่าวนายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ต้องการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่า กลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นตนคอนโดทำเพื่อผลประโยชน์ของใคร เป็น กลุ่มที่รับบริหารโครงการหรือไม่ที่จะได้ผลประโยชน์จากการเรียกร้องนี้หรือใครจ้างมาร้องเรียนหรือไม่

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ