Loading

คลังเร่งยกร่างกฎหมายติดตามทรัพย์สิน

วันที่ : 27 พฤษภาคม 2550
คลังเร่งยกร่างกฎหมายติดตามทรัพย์สินฯ

                รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดร่วมกับกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกร่างกฎหมายติดตามทรัพย์สินของผู้กระทำผิดคืนจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินของนายราเกซ สักเสนา ที่ฉ้อโกงเงินจากธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ หรือบีบีซี ที่ในปัจจุบันยังติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้น้อยมาก ทั้งที่ดำเนินการในเรื่องนี้มากว่า 10 ปีแล้ว หรือในกรณีอื่น ๆ ถ้าหากพบว่ามีการกระทำผิดแล้วยักยอกทรัพย์สินไปไว้ในต่างประเทศโดยเฉพาะในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์ หากกฎหมายติดตามทรัพย์สินฯ ฉบับนี้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ จะมีการติดตามทรัพย์สินทั้งหมดกลับคืนมาได้โดยเร็ว ซึ่งกฎหมายติดตามทรัพย์สินฯ เป็นกฎหมายสากลทั่วไปที่ทุกประเทศมีการบังคับใช้อยู่แล้ว ทั้งที่อังกฤษ สหรัฐ หรือประเทศสากลอื่นในโลก ซึ่งในส่วนของไทยถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนและถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องการให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จในรัฐบาลนี้ เพราะถือเป็นกฎหมายเร่งด่วนและมีความสำคัญกับสังคมไทยอย่างยิ่ง

         

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยได้เข้าเป็นภาคีสมาชิกของสนธิสัญญากฎหมายระหว่างประเทศ แต่ยังไม่ได้ลงสัตยาบัน จึงทำให้มีปัญหาในการติดตามทรัพย์สินของผู้กระทำผิดที่นำไปไว้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังจากที่มีการตรวจสอบผู้ที่ล้มบนฟูกสมัยวิกฤติเศรษฐกิจ จึงทำให้รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องการให้เสร็จ เพราะจะทำให้การทำงานโดยเฉพาะการนำทรัพย์สินที่ผู้กระทำผิดยักยอกไปไว้ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย รถยนต์ หุ้น หรือทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกลับคืนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งเท่ากับว่าสามารถติดตามสมบัติของชาติกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด

          

การที่ไทยยกร่างกฎหมายติดตามทรัพย์สินฯ ภายใต้กรอบสนธิสัญญากฎหมายระหว่างประเทศครั้งนี้ จะทำให้ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นภาคีสมาชิกให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกซึ่งกันและกันมากขึ้น ดังนั้น เมื่อไทยขอความร่วมมือไปยังประเทศใดเพื่อขอให้เร่งหรืออำนวยความสะดวกในเส้นทางการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้กระทำผิดที่ไทยทำเรื่องหรือยื่นเรื่องไปประเทศที่เป็นภาคีสมาชิกก็ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกกับไทย แหล่งข่าวระบุ

         

สำหรับการยกร่างกฎหมายติดตามหนี้สินคืนฯ ครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลชุดนี้จงใจหรือตั้งใจจะไล่ล่าทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด เพราะยังไม่มีองค์กรใดชี้ชัดว่าอดีตนายกรัฐมนตรีมีความผิด ซึ่งถือเป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด แต่ทั้งหมดต้องดำเนินการในฐานะที่ไทยเป็นภาคีสมาชิกของสนธิสัญญากฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น โดยก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวระบุว่าสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถติดตามยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับนายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์บีบีซีได้เพียง 2 ราย มูลค่าประมาณ 135 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนการดำเนินคดีอาญาผู้บริหารบีบีซีกับพวกในไทยมีคดีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร้องทุกข์กล่าวโทษ 20 คดี มูลค่า 32,173.22 ล้านบาท และยังมีคดีที่บีบีซีร้องทุกข์กล่าวโทษเอง 5 คดี มูลค่า 13,510.36 ล้านบาท

 

 

ที่มา : กระแสหุ้นออนไลน์

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ