Loading

บสก.ซื้อหนี้เอ็นพีเอจากสถาบันการเงินกว่า 8,000 ล้านบาท

วันที่ : 6 มีนาคม 2550
บสก.ซื้อหนี้เอ็นพีเอจากสถาบันการเงินกว่า 8,000 ล้านบาท

                นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการรับซื้อรับโอนทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จากสถาบันการเงิน ว่า ภายหลังจากที่ บสก.ได้ร่วมลงนามในสัญญาบันทึกข้อตกลงเพื่อการซื้อขาย NPA กับสถาบันการเงิน 16 แห่ง เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2549 สถาบันการเงินได้เริ่มทยอยส่งมอบข้อมูลรายละเอียดทรัพย์สินที่มีความประสงค์จะขายมายัง บสก.แล้วทั้งสิ้น 3,485 รายการ มูลค่า 8,104 ล้านบาท ประกอบด้วย ธนาคาร 9 แห่ง คือ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย บมจ.ธนาคารกรุงไทย บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บมจ.ธนาคารทหารไทย บมจ.ธนาคารสินเอเซีย บมจ.ธนาคารไทยธนาคาร บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ บมจ.ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ บมจ.ธนาคารธนชาต และบริษัทบริหารสินทรัพย์อีก 4 แห่ง คือ บบส.เอ็นเอฟเอส บบส.แม็กซ์ บบส.เพทาย และ บบส.กรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐหลายแห่ง เพื่อรับซื้อ NPA อีกด้วย

 

โดยเงื่อนไขในการซื้อทรัพย์สินจะต้องเป็นทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย ที่ดินเปล่าทั้งที่พัฒนาแล้วและยังไม่พัฒนา ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัย ทาวน์เฮาส์ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อการพาณิชย์ อาคารพาณิชย์ และอาคารชุด โดยทรัพย์สินที่ บสก.รับโอนได้ต้องเป็นทรัพย์สินที่ปราศจากภาระผูกพัน การรอนสิทธิ หรือสิทธิเหนือทรัพย์สินอย่างใดๆ และเป็นทรัพย์สินที่สถาบันการเงินนั้นๆ ถือกรรมสิทธิ์โดยชอบแต่เพียงผู้เดียว

 

สำหรับราคาประเมินแบ่งเป็นทรัพย์กลุ่มสภาพคล่องสูงสุด (A) ราคาซื้อร้อยละ 82 ชำระเงินภายใน 2 ปี กลุ่มสภาพคล่องสูง (B) ร้อยละ 77 ชำระเงินภายใน 4 ปี กลุ่มสภาพคล่องปานกลาง (B) ร้อยละ 72 ชำระเงินภายใน 7 ปี และกลุ่มสภาพคล่องต่ำสุด (D) ร้อยละ 67 ชำระเงินภายใน 9 ปี โดยการจัดเกรดทรัพย์สินและราคาประเมินจะต้องเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน และ บสก.เห็นชอบร่วมกัน จึงจะตกลงใกล้เคียงกันมากขึ้น ซึ่งจะทำให้การซื้อขายเป็นไปด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่าย   การจัดเกรดทรัพย์นั้น อาจมีความเห็นที่ไม่ตรงกันบ้าง เนื่องจากสถาบันการเงินทุกแห่งต้องมาจัดเกรดทรัพย์ตามนิยามใหม่ที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงเรื่องการจัดกลุ่มทรัพย์ ซึ่ง บสก.ได้จัดให้มีการประชุมเพื่อหาข้อยุติสำหรับทรัพย์รายการที่มีความเห็นไม่ตรงกัน นอกจากนั้น บสก.และสถาบันการเงินยังได้หารือกับสมาคมธนาคารไทย ซึ่งเสนอให้หาบุคคลที่ 3 หรือคนกลางมาเป็นผู้ตัดสินในกรณีดังกล่าว แต่ทรัพย์สินรอการขายกลุ่มหลังๆ ที่สถาบันการเงินส่งมายัง บสก.นั้น มีการจัดเกรดใกล้เคียงกันมากขึ้น และปัญหาต่างๆ ลดน้อยลง

 

               

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ