Loading

บสก.เครื่องร้อนระบายบ้านมือ2 ปี50กว่า2พันยูนิต-หวังดันมูลค่าเพิ่มเอ็นพีเ

วันที่ : 18 ตุลาคม 2549
บสก.เครื่องร้อนระบายบ้านมือ2 ปี50กว่า2พันยูนิต-หวังดันมูลค่าเพิ่มเอ็นพีเอ

                    นายสิน เอกวิศาล ประธานคณะกรรมการจัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด หรือ บสก. เปิดเผยถึงแนวทางการส่งเสริมให้ทรัพย์สินรอการขาย(เอ็นพีเอ)มีมูลค่าเพิ่มว่า ทางบสก.ต้องพยายามสร้างกิจกรรมใหม่ๆเพื่อให้กับสถานการณ์ ซึ่งการที่มีบสก.มีเอ็นพีเอจำนวนมากแต่หากดำเนินการขายไปโดยไม่มีการพัฒนาคงจะไม่ได้ แต่บสก.ต้องก้าวไปสู่ความมีมาตรฐานระดับสากล หรือ BAM Premium Property ให้มากขึ้น จะเห็นได้ว่า การทำตลาดที่ผ่านมา หากขายตามสภาพจะไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนหรือผู้บริโภคมากนัก ดังนั้น บสก.จึงพัฒนารูปแบบกลยุทธ์ทางการตลาด ในการซ่อมแซมทรัพย์ให้อยู่ในสภาพพร้อมขาย หรือหากทรัพย์ใดที่มีแนวโน้มจะปรับปรุงได้ ก็มีการปรับปรุงให้เป็น ""บ้านพร้อมอยู่ ที่ดินพร้อมใช้""

                    ขณะที่ตัวเลขเอ็นพีเอของบสก.ซึ่งได้รับจากการโอนตีชำระหนี้ การรับซื้อจากสถาบันการเงินอื่น และการประมูลขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี จำนวน 11,655 รายการ รวมมูลค่า 38,786 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา บสก.ได้บันทึกข้อตกลงซื้อเอ็นพีเอจาก 16 สถาบันการเงินในเบื้องต้นอีกประมาณ 30,000 ล้านบาท

ทำให้ในอนาคตบสก.จะมีเอ็นพีเอที่ต้องรับผิดชอบนับแสนล้านบาท

                    นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่บสก. กล่าวว่าขณะนี้กำลังรวบรวมทรัพย์ประเภทที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างค้างอยู่ และที่ดินเปล่านำมาปรับปรุงและสร้างมูลค่าเพิ่มบนที่ดิน ซึ่งตามแผนแล้วภายในปีนี้จะมีการปรับปรุงทรัพย์และนำออกเปิดให้ประชาชนที่สนใจได้จับจองประมาณ 2,000 ยูนิต แยกเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่สร้างค้างอยู่ใน 7 โครงการ (เดิมเป็นเอ็นพีเอของอดีตบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน(บบส.)ที่ถูกควบรวม) ในกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด เช่น โซนกรุงเทพกรีฑา โซนปิ่นเกล้า และบริเวณสถานีตำรวจดอนเมืองซึ่งจะมีทั้งที่ดินเปล่า และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ทั้งนี้ งบในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยในเบื้องต้นประมาณ 200-300 ล้านบาท แต่ทั้งนี้คงต้องรอเสนอต่อคณะกรรมการ บสก.ก่อน

                    นอกจากนี้ ยังเตรียมปรับปรุงห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียมประมาณ 1,000 ยูนิต ซึ่งกระจัดกระจาย อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลออกจำหน่าย เช่น โซนรัตนาธิเบศร์ , รังสิต, บางนา , และฝั่งธนบุรี เป็นต้น คาดว่าจะใช้งบในการปรับปรุงและตกแต่งห้องชุดประมาณ 10,000 บาทต่อยูนิต หรืออาจจะน้อยกว่านี้ตามขนาดและสภาพของห้องชุด และเมื่อเสร็จสมบูรณ์จะกำหนดราคาขายไม่สูงประมาณ 3-5 แสนบาทแล้วแต่ทำเลและขนาดของห้องชุด ""ทรัพย์ประเภทห้องชุดของบสก.ที่จะออกมาขายครั้งนี้ เดิมเป็นทรัพย์ที่ซื้อมาจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นหนี้รายย่อย โดยจะพบว่าการปล่อยทิ้งไว้นาน อาจจะทำให้ค่าส่วนกลางเพิ่มขึ้น ซึ่งหนี้ส่วนนี้มีประมาณกว่าสิบล้านบาท แต่ส่วนนี้ทางบสก.จะเข้ามาดูแล ""นายบรรยงกล่าว

                    ทั้งนี้ บสก.ได้มีการเปิดตัวโครงการนำร่องภายใต้คอนเซ็ปต์ ""บ้านพร้อมอยู่ ที่ดินพร้อมใช้""เฟสแรก ในโครงการหมู่บ้านฉัตรไพลินรูปแบบทาวน์เฮาส์ จำนวน 29 ยูนิต ใช้งบประมาณในการปรับปรุงและก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์เฉลี่ยอีก 2 แสนบาทต่อหลัง โดยทางบสก.ได้มีการเสนอขายในราคา 4.29 แสนบาท และเพียง 2 สัปดาห์ มีลูกค้าจองซื้อทั้งหมดแล้ว และยังมีผู้สนใจจะซื้ออีกประมาณ 20 ราย ดังนั้น ทางบสก.จะเร่งดำเนินการเปิดเฟส2 จำนวน 37 ยูนิต ในซอย 34 และเฟส 3 จำนวน 37 ยูนิต ในซอย 35 เพิ่มเติม นอกจากนี้ หากความต้องการในส่วนของเฟสที่ 2 และ 3 มาก ทางบสก.เตรียมที่จะนำที่ดินเปล่ารอการพัฒนา ที่อยู่ด้านหลังโครงการหลายไร่ ตัดออกขายให้แก่ผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาดำเนินการต่อ โดยราคาประเมินในท้องตลาดตรงนี้ประมาณ 7,000 บาทต่อตารางวา ราคาขายของบ้านที่ปรับปรุงใหม่จะต่ำกว่าบ้านใหม่ประมาณ 20-30% และวิธีทำการตลาดของบสก.โดยขายบ้านมือสองออกสู่ตลาด คิดว่าไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดบ้านมือสอง เนื่องจากปริมาณที่ไหลเข้าสู่ระบบมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับตัวเลขบ้านมือสองในตลาดประมาณ 30,000 ล้านบาท แต่หากรวมพอร์ตทั้งหมดของบสก.แล้วจะมีมากกว่าบ้านมือสองในตลาด""กรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าว"

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ