Loading

เร่งจัดรูปที่ดินเปิดที่ตาบอดช่วยประชาช

วันที่ : 25 กรกฎาคม 2549
เร่งจัดรูปที่ดินเปิดที่ตาบอดช่วยประชาชน

                     นับตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา ความเจริญเติบโตของเมืองขนาดใหญ่ของไทยอย่างรวดเร็ว ไร้ทิศ ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย เนื่องจากไม่ได้มีการจัดรูปที่ดินหรือวางผังเมืองก่อนล่วงหน้า แต่เป็นว่าเมื่อเมืองเติบโตไปแล้ว การจัดรูปที่ดินหรือการวางผังเมืองจะตามเข้าไปที่หลัง ซึ่งเป็นการยากที่จะกำหนดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยได้ ดังนั้นจึงได้มีการจัดตั้งสำนักจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ขึ้น และออกพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินขึ้นในปี 2535 โดยประเทศไทยได้นำแบบอย่างการจัดรูปที่ดินมาจากประเทศญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จมากว่า 100 ปี มีโครงการจัดรูปที่ดินกว่า 10,000 โครงการ มีพื้นที่สวนสาธารณะที่เกิดจากการจัดรูปที่ดินกว่า 40% ถนนภายในประเทศญี่ปุ่นหากนำมาต่อกันสามารถวิ่งรอบโลกได้ 2 รอบ ในขณะที่ถนนในกรุงเทพฯ มีไม่ถึง 10% ของพื้นที่เมืองทั้งหมดหรือประมาณ 1,500 ตารางกิโลเมตร ทำให้เกิดความแออัด ซึ่งมาตรฐานของถนนในเมืองจะต้องมีไม่ต่ำกว่า 20% ของพื้นที่ทั้งหมด

 

                    นายอิทธิพงศ์ ตันมนี นักผังเมือง 8 สำนักจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สำนักจัดรูปที่ดินฯ ได้เตรียมร่างกฎกระทรวงว่าด้วยกฎระเบียบของการจัดรูปที่ดินฯ ซึ่งได้แก่ 1.นโยบายและแผนการจัดรูปที่ดินฯ 2.กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ 3.มาตรฐานการจัดรูปที่ดินฯ ว่าภายในโครงการจะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง 4.คำร้องอุทธรณ์ กรณีประชาชนเกิดปัญหาจากการจัดรูปที่ดิน และ 5.การประชาสัมพันธ์ ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำกฎระเบียบต่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมเสนอกระทรวงมหาดไทยเพื่ออนุมัติให้ออกเป็นกฎกระทรวงต่อไป โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้

 

                    สำหรับการเสนอกฎกระทรวงดังกล่าว เพื่อให้การจัดรูปที่ดินมีกฎหมายบังคับใช้ เพราะที่ผ่านมาพ.ร.บ.การจัดรูปที่ดินได้มีการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 แต่จนกระทั้งปัจจุบันโครงการจัดรูปที่ดินยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร โดยเริ่มไปเพียง 10 โครงการ แต่ยังไม่มีโครงการใดแล้วเสร็จ ซึ่งแม้ว่าแต่ละโครงการที่จัดรูปที่ดินจะต้องใช้ระยะเวลานานเช่นเดี่ยวกับการพัฒนาเมืองก็ตาม ทั้งนี้ โครงการที่มีความคืบหน้าและถือว่าเป็นโครงการนำร่อง คือ การจัดรูปที่ดินที่จังหวัดยะลา บนเนื้อที่ 394 ไร่ เจ้าของ 98 ราย ซึ่งที่ดินในบริเวณดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ตาบอด การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคใช้วิธีพัฒนาเองเป็นถนนลูกรัง ไม่สามารถเข้าถึงที่ดินแปลงด้านในได้ ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ทั้งที่เป็นพื้นที่ใกล้เมือง ผังเมืองเป็นสีแดงสามารถพัฒนาอะไรก็ได้ เมื่อมีการจัดรูปที่ดินแล้ว ทุกแปลงจะไม่เป็นที่ดินตาบอด แต่สำนักจัดรูปต้องประชุมทำความเข้าใจกับประชาชนจำนวนหลายครั้ง เพราะที่แปลงที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด หรือติดถนนใหญ่จะถูกตัดพื้นที่บางส่วนออกไปเป็นพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ที่มีที่ดินอยู่ห่างจากถนนออกไป ซึ่งที่ดินที่ถูกตัดออกไปนั้นจะนำไปสร้าง ถนน สวนสาธารณะ รวมไปถึงพื้นที่บริการ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นตัวสร้างรายได้เพื่อนำเม็ดเงินมาพัฒนาภายในโครงการ โดยอาจจะขายหรือจัดตั้งบริษัทหรือหน่วยงานขึ้นมาดูแลในส่วนนี้ และเงินสนับสนุนอีกส่วนจะมาจากรัฐบาล

 

                    อย่างไรก็ตามนับว่าเป็นความพยายามอย่างยิ่งสำหรับสำนักจัดรูปที่ดิน เพื่อต้องการให้ที่ดินของประชาชนได้นำมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ซึ่งโครงการที่ยะลามีกำหนดระยะโครงการ 5 ปีจนจบโครงการ เริ่มตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งเหลืออีกเพียงปีเดียวจะครบกำหนด แต่สามารถทำได้เพียงร่างผังโครงการเท่านั้น ถนนต้องรอรัฐบาลอนุมัติจัดสร้างหากรัฐบาลอนุมัติคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปีหน้า โดยงบประมาณที่ขอทำถนนในเบื้องต้น 112 ล้านบาท หากเสร็จทั้งโครงการใช้เม็ดเงิน 400 กว่าล้านบาท

 

                    นายอิทธพงศ์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาโครงการจัดรูปที่ดินเป็นการพัฒนาระยะยาวต้องใช้เวลานาน เหมือนการพัฒนาเมือง แต่เราจะต้องทำเพราะถ้าไม่ทำตั้งแต่วันนี้เราจะลำบาก เพราะเมืองขยายไปอย่างไม่มีระเบียบ พื้นที่ที่ไม่ได้รับการพัฒนาก็มีมาก ซึ่งหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองนอกจากการพัฒนาอย่างมีระเบียบแบบแผนแล้ว จะต้องรักษาพื้นที่เกษตรกรรมเอาไว้

 

                    สำหรับอุปสรรค์ในการจัดรูปที่ดินหลักอาทิ 1.เจ้าของที่ดินไม่เห็นด้วย ไม่ยอมเข้าร่วมโครงการ ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลจะสามารถนำกฎหมายมาบังคับใช้ได้โดยอาศัยเสียง 2 ใน 3 ของเจ้าของที่ดินหรือจำนวนแปลงที่ดินได้ก็ตาม แต่สำนักจัดรูปที่ดินฯ ต้องการให้เกิดจากความสมัครใจ เพราะหากที่ดินของประชาชนมีถนนตัดผ่านย่อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินแปลงนั้นๆ ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ 2.เมื่อมีการประชุมโครงการเจ้าของที่ดินมาฟังไม่พร้อมเพียงกัน ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน

 

                    3.เกรงว่าจะเกิดการหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งแม้ว่าสำนักจัดรูปที่ดินฯจะมีการออกข้อบังคับ กฎระเบียบ

ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อป้องกันแล้วก็ตาม แต่ในอนาคตไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการหลีกเลี่ยงกฎหมายได้หรือไม่ ซึ่งทุกคนจะต้องตรวจสอบร่วมกัน และ 4.ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีอำนาจสั่งการไม่เห็นความสำคัญ เพิกเฉยต่อการจัดรูปที่ดิน โครงการนี้ก็จะไม่มีความคืบหน้าอย่างแน่นอน

 

                    นายอิทธิพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างร่างมาสเตอร์แพลนการจัดรูปที่ดิน โดยกำหนดให้แต่ละจังหวัดเป็นคนร่าง ซึ่งในเบื้องต้นน่าจะมีการจัดรูปที่ดินจังหวัดละ 5 โครงการ โดยร่างแผนแม่บท (มาสเตอร์แพลน) ดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะไปสอดคล้องกับผังเมืองรวมจังหวัดที่จะแล้วเสร็จพอดี

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ