Loading

เสนอบอร์ดสวล.เบรกผังเมืองใหม่สุวรรณภูม

วันที่ : 22 มีนาคม 2549
เสนอบอร์ดสวล.เบรกผังเมืองใหม่สุวรรณภูมิ

                    วานนี้ (21 มี.ค.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  (สผ.)จัดระดมความคิดเห็นกรณีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ควรประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ และการจัดทำรายละเอียดแนวทางการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) โดยมี ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ประธานอนุกรรมการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงพื้นที่ เป็นประธานการประชุม

 

                    นางปราณี พันธุมสินชัย นายกสมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการศึกษา โครงการจัดตั้งสุวรรณภูมิมหานคร ว่า หลังการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเตรียมเปิดใช้งานในปี 2549 ทำให้เกิดการขยายตัวของเมืองใกล้สนามบินมากขึ้น ทั้งที่ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะเสียงจากสนามบิน ซึ่งพบว่ามีอาคารจำนวน 49 แห่งที่อยู่ในเขตที่มีเสียงดังจนอยู่อาศัยไม่ได้ และอีก 596 อาคารที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นลงเครื่องบินเฉลี่ยนาทีละ 1 เที่ยวบิน

 

                    ขณะที่ปัญหาดินทรุดดินอ่อน ปัญหาหมอกควันจากการเผาพื้นที่เพาะปลูก ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่รอบสนามบินก็ยังอยู่ระหว่างแก้ไข แต่ขณะนี้ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล , กทม. และกรมโยธาธิการ กลับมีแผนที่จะขยายเป็นเมืองใหม่

 

                    ในอดีตแถวสนามบินสุวรรณภูมิมีพื้นที่สีเขียวเพื่อการเพาะปลูก 30% แต่ในอีก 30 ปีข้างหน้ามีประชากรอยู่อาศัยแออัดเกิน 1 ล้านคนพื้นที่รับน้ำจะเหลือเพียง 14% ซึ่งจะส่งผลต่อปัญหาการระบายน้ำท่วมของ กทม.ซึ่งในระหว่างที่อยู่ในขั้นการวางแผนคิดว่าจะเสนอบอร์ดสิ่งแวดล้อมแห่งชาติว่า รัฐบาลจำเป็นต้องประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ นางปราณี กล่าว

 

                    ด้านนายสนธิ คชวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สผ. กล่าวถึงกรณีศึกษาการขยายนิคมอุตสาหกรรมและผังเมืองเขตมาบตาพุด-บ้านฉาง จ.ระยอง ว่า การศึกษาศักยภาพการรองรับมลพิษของนิคมมาบตาพุด พบว่าอยู่ในระดับที่ปริ่มๆ มาตรฐาน ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กำลังเตรียมให้ประกาศมาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ แต่ก็ยังมีเสียงคัดค้านจากภาคธุรกิจและการนิคมฯ ทั้งยังมีการเสนอเปลี่ยนผังเมืองบ้านฉาง เพื่อรองรับกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระยะที่ 3 จนทำให้ประชาชนคัดค้าน ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นอีกกรณีที่ต้องประเมินเอสอีเอด้วย

 

                    ส่วน ศ.ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ที่ปรึกษาอนุกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กล่าวถึงโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ว่า ถึงแม้ โครงการนี้จะมีการทำอีไอเอมาแล้ว แต่พบว่ายังมีข้อสงสัยและความไม่ชัดเจนในหลายข้อ ซึ่งในรายงานอีไอเอ ไม่สามารถตอบข้อสงสัยอย่างชัดเจน จึงควรทำเอสอีเอด้วย

 

                    ดร.ชนินทร์ ทองธรรมชาติ รองเลขาธิการ สผ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปกรณีศึกษาขนาดใหญ่ทั้ง 3 โครงการ โดยทาง สผ.จะเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อขอให้จัดทำเอสอีเอ กับ 3 โครงการขนาดใหญ่ดังกล่าวต่อไป

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ