Loading

เปิดทางท้องถิ่นพัฒนาระยอง-ชลบุรี

วันที่ : 13 มกราคม 2562
อีอีซี เปิดทางท้องถิ่นใน 3 จังหวัด ชงของบประมาณพัฒนาพื้นที่ได้โดยตรง ล่าสุดมี 3 โครงการจากระยองและชลบุรี ยื่นขอมาแล้ว 300 ล้านบาท พัฒนาโครงข่ายถนน และแก้ปัญหาการจราจร เสนอบอร์ดอีอีซีไฟเขียว 23 ม.ค.นี้
          อีอีซี เปิดทางท้องถิ่นใน 3 จังหวัด ชงของบประมาณพัฒนาพื้นที่ได้โดยตรง ล่าสุดมี 3 โครงการจากระยองและชลบุรี ยื่นขอมาแล้ว 300 ล้านบาท พัฒนาโครงข่ายถนน และแก้ปัญหาการจราจร เสนอบอร์ดอีอีซีไฟเขียว 23 ม.ค.นี้

          การพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซีการลงทุนในโครงการต่างๆ ไม่ใช่เพียงแต่ถูกกำหนดมาจากรัฐบาลเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ท้องถิ่น ส่งโครงการที่มีความสำคัญของจังหวัดนำเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณางบประมาณที่ใช้ลงทุนพัฒนาท้องถิ่นได้

          ล่าสุด 3 จังหวัด ได้ยื่นเรื่องมาที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) เพื่อให้กพอ.พิจารณาแล้ว 5 โครงการ แต่ได้มีการศึกษาแล้ว พบว่า มี 3 โครงการที่มีความเหมาะสม ได้แก่ โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทและสำรวจออกแบบรายละเอียดและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในชั้นรายละเอียดถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ระยะที่ 2 จังหวัดระยอง งบประมาณ 77 ล้านบาท

          โครงการสำรวจออกแบบรายละเอียดโครงการถนนเลี่ยงเมือง สาย ง. อำเภอเมือง จังหวัดระยอง งบประมาณ 23 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 3 กับถนนเมืองใหม่เหนือและถนนนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี งบประมาณ 200 ล้านบาท รวมงบประมาณที่ใช้ดำเนินงาน 300 ล้านบาท

          ส่วนอีก2โครงการของจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักและระบายน้ำฝายท่าลาด และโครงการพัฒนาความปลอดภัยแก่ประชาชนเชื่อมโยงพื้นที่อีอีซี ที่จะก่อสร้างศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร และติดตั้ง CCTV นั้น เป็นภารกิจพื้นฐานของส่วนราชการจังหวัดจะต้องดำเนินการอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมาขอให้ทางอีอีซีดำเนินการ

          แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.)เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในการประชุมกพอ.ในวันที่ 23 มกราคมนี้ สกพอ.จะนำ 3 โครงการดังกล่าวให้ที่ประชุมพิจารณาจัดสรรงบประมาณดังกล่าวให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการ ซึ่งโครงการแรกของจังหวัดระยองนั้น กรมโยธาธิการและผังมืองจังหวัดระยอง จะเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องพัฒนาโครงข่ายถนนสายรองเลียบชายฝั่งทะเลให้ได้มาตรฐาน สามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เชื่อมต่อสนามบินอู่ตะเภา และป้องกันการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ(ทางทะเล) ตลอดแนวชายฝั่ง

          ขณะที่โครงการที่ 2 จะมีกรมทางหลวงชนบท เป็นผู้ดำเนินงาน เพื่อแก้ปัญหาการจราจรที่คับคั่งในเขตเมืองระยอง จำเป็นต้องสร้างเส้นทางเลี่ยงเมืองระยะทาง 14 กิโลเมตร โดยไม่ต้องผ่านตัวเมือง และรองรับการขนส่งสินค้าเชื่อมโยงระหว่างแหล่งอุตสาหกรรมในระยองและจังหวัดชลบุรี ที่จะขยายตัวมากขึ้นในอนาคต

          ส่วนโครงการของจังหวัดชลบุรี เป็นการแก้ปัญหาสภาพการจราจรที่คับคั่งเช่นกัน จึงจำเป็นต้องเร่งก่อสร้างสะพานต่างระดับข้ามแยกถนนสุขุมวิท เชื่อมนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังกับถนนเมืองใหม่เหนือ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรที่คับคั่งบริเวณนิคมฯแหลมฉบัง

          "ระยองมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องพัฒนาโครงข่ายถนนสายรองเลียบชายฝั่งทะเลให้ได้มาตรฐาน"
 
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ