Loading

ท่องเที่ยวแรงส่ง อสังหาฯลงทุน ฮาบิแทท ลุยโปรเจค 8 พันล้าน

วันที่ : 30 มกราคม 2562
ฟันธงแล้วว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีหมู "ไม่หมู" นักพัฒนาอสังหาฯหลายรายประเมินตรงกันว่าตลาดปีนี้จะหดตัวลงจากปีก่อน จากหลากปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ค่าเงินบาทแข็งค่า ในประเทศมีเลือกตั้งทำให้ทุกภาคส่วน "แตะเบรก" การลงทุน การตัดสินใจซื้อ
          สาวิตรี รินวงษ์
          กรุงเทพธุรกิจ
          ฟันธงแล้วว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีหมู "ไม่หมู" นักพัฒนาอสังหาฯหลายรายประเมินตรงกันว่าตลาดปีนี้จะหดตัวลงจากปีก่อน จากหลากปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ค่าเงินบาทแข็งค่า ในประเทศมีเลือกตั้งทำให้ทุกภาคส่วน "แตะเบรก" การลงทุน การตัดสินใจซื้อ

          แต่การขับเคลื่อนธุรกิจจำเป็น เพราะองค์กรต้องเติบโต เมื่อตลาดผันผวน ชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ประเมินว่า แม้จะท้าทายสำหรับผู้ประกอบการ แต่ยัง มองว่ามี "ช่องว่าง" ทางการตลาด โดยเฉพาะ  ตลาดอสังหาฯเพื่อการลงทุน ซึ่งเป็น โพสิชั่นนิ่งของ "แฮบิแทท"  เนื่องจากมองว่า "ภาคการท่องเที่ยว" ยังมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง โดยตัวเลข นักท่องเที่ยวเยือนไทยเพิ่มทุกปี ขณะที่กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต ยังติด 1 ใน 10 จุดหมายปลายทาง(Destination)ของเอเชียแปซิฟิกที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน อานิสงส์จึงตกไปยังธุรกิจอสังหาฯ
          อีกแรงส่งคือการพัฒนาระบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ดึงดูดเงินลงทุน 1.5 ล้านล้านบาทจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจค) ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มเป็นเงาตามตัว

          "อีอีซี ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยให้ 3-4 จังหวัด ในภาคตะวันออกโตดีมาก อย่างพัทยา คอนโด วิลล่าฯ โตมาก โดยซัพพลายที่เคยมีจำนวนหลักพันยูนิตช่วง 3-4 ปีก่อนหน้า มาปีที่แล้ว ซัพพลายเพิ่มกว่า 10,000 ยูนิต และการลงทุนโครงการ อสังหาฯในพัทยามีมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดย 82% มาจากการลงทุนของต่างประเทศ เช่น อิสราเอล ซึ่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ 50-60 ชั้น มูลค่า 3,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน จากเดิมจะเห็นตึกสูง 8-20 ชั้น"

          ส่วนทำเลฮอตในพัทยา ได้แก่ หาดจอมเทียน มีซัพพลายกว่า 3.3 หมื่นยูนิต หรือเกือบ 40% ตามด้วยพระตำหนักกว่า 1.4 หมื่นยูนิต คิดเป็น 15.9% วงอำมาตย์กว่า 1.1 หมื่นยูนิต คิดเป็น 13.3% และนาจอมเทียน 6,699 ยูนิต สัดส่วน 7.6% เป็นต้น ความต้องการพัฒนาอสังหาฯ บนทำเลเหล่านี้ยังมีต่อเนื่อง โดย 3-4 ปีข้างหน้าจะมีเครือข่ายโรงแรมระดับโลก(เชน) 3 รายใหญ่เข้ามายึดหัวหาดเปิดโรงแรมเพิ่มซัพพลายในตลาดอีก

          ส่วนอสังหาฯในกรุงเทพฯ มีซัพพลายจำนวนมาก คอนโดมิเนียมมีราว 5-6 หมื่นยูนิต แต่ที่อยู่ในย่านใจกลางธุรกิจ(ซีบีดี)สัดส่วน 10-15% เท่านั้น ด้านตลาดอสังหาฯเพื่อ การลงทุน ยังมีโอกาสจากการปล่อยเช่าให้นักลงทุนต่างชาติได้ผลตอบแทนราว 3.3% อัตราการเช่าแข็งแรง 80-90% ทำเลฮอตได้แก่ อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ
          "คอนโดราคา 2-2.5 แสนบาทต่อตร.ม. แข่งขันรุนแรง โครงการตึกสูงหรือไฮไรส์ ยังไปได้ดี โครงการไฮเอนด์ 2.5 แสนบาทต่อตร.ม. ขึ้นไป อัตราการขายอยู่ที่ 80%"

          ทั้งนี้ ฮาบิแทท เป็นบริษัทขนาดกลางถึงเล็กมีจุดต่างในการพัฒนาอสังหาฯเทียบกับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด โดยยังคงมุ่งเน้นโครงการไลฟ์สไตล์เพื่อการลงทุน โดยปี 2562 จะเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาทแบ่งเป็นเจาะย่านใจกลางธุรกิจของกรุงเทพฯ 3 โครงการ ได้แก่ คอนโดมิเนียมหรู "วาลเด้น" 3,500 ล้านบาท และพัทยาซึ่งเป็นทำเล "จุดแข็ง" ของบริษัท ได้แก่ โครงการเพื่อการลงทุน(Lifestyle investment)ดึงโรงแรมมามาบริหาร มูลค่า 4,500 ล้านบาท โดยโครงการแรกตั้งอยู่พัทยาเหนือจะเปิดขายในไตรมาสแรก ตามด้วย คอนโดมิเนียมบนหาดนาจอมเทียน 8 ไร่ เปิดตัวกลางปี และเมืองพัทยาจะเป็นโครงการใหญ่ขึ้น   ส่วนการทำตลาดนอกจากจับ กลุ่มเป้าหมายไทย จะขยายตลาดไป ต่างประเทศ เจาะตลาดใหม่ เช่น อินเดีย ตะวันออกกลาง กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม เพราะเชื่อว่ามี "เศรษฐีเงินสด" อยู่ไม่น้อย จากที่ผ่านมาลูกค้าหลักเป็นจีน ฮ่องกงถึง 80%

          "เราต้องการกระจายความเสี่ยงลูกค้าจีนให้เหลือประมาณ 50%"
          นอกจากพัฒนาโครงการเพื่อขาย บริษัทยังมีฮาบิแทท ฮอสพิทัลลิตี้ เพื่อบริหารจัดการโครงการให้นักลงทุน และบริหารโรงแรม ปัจจุบันสร้างรายได้ สัดส่วน 10% ใน 4 ปีข้างหน้าจะเพิ่มโรงแรมบริหารเป็น 10 แห่ง เพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 30% เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการขายและรายได้ประจำ

          จากแผนธุรกิจ บริษัทตั้งเป้า ยอดขายปีนี้แตะ 3,000 ล้านบาท เติบโต 50% จากปีก่อนยอดขาย 2,000 ล้านบาท  ส่วนยอดรับรู้รายได้คาดอยู่ที่ 1,400-1,500  ล้านบาท จากปีก่อน 600 ล้านบาท
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ