Loading

PF ชูนวัตกรรมดูแลสิ่งแวดล้อม ปั๊มบ้านพรีแฟบ-ผุด3เลกใหญ่-เติมพื้นที่สีเขียว

วันที่ : 1 กุมภาพันธ์ 2562
กลุ่ม "พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค" เผยตลาดรวมอสังหาฯปี 62 คาดเติบโตลดลง 10% จากปัจจัยทั้งเรื่องสงครามการค้า LTV ลูกค้าจีนที่หายไป ตลาดคอนโดฯเกิดภาวะชะลอตัว ฉุดให้ตลาดรวมถดถอย พร้อมต่อยอดกลยุทธ์ด้านการใส่ใจคุณภาพชีวิต กับแผนธุรกิจปี 62 มุ่งพัฒนา พัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด "รักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน" เปิดตัวโครงการบ้านนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างพื้นที่ทะเลใหญ่อีก 3 แห่ง เพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้ลูกบ้าน พร้อมเร่งขยายโครงการเปิด 20 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 38,300 ล้านบาท คาดสิ้นปีมียอดขายรวม 21,600 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ามีรายได้รวมอยู่ที่ 27,555 ล้านบาท
          กลุ่ม "พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค" เผยตลาดรวมอสังหาฯปี 62 คาดเติบโตลดลง 10% จากปัจจัยทั้งเรื่องสงครามการค้า LTV ลูกค้าจีนที่หายไป ตลาดคอนโดฯเกิดภาวะชะลอตัว ฉุดให้ตลาดรวมถดถอย พร้อมต่อยอดกลยุทธ์ด้านการใส่ใจคุณภาพชีวิต กับแผนธุรกิจปี 62 มุ่งพัฒนา พัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด "รักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน" เปิดตัวโครงการบ้านนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างพื้นที่ทะเลใหญ่อีก 3 แห่ง เพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้ลูกบ้าน พร้อมเร่งขยายโครงการเปิด 20 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 38,300 ล้านบาท คาดสิ้นปีมียอดขายรวม 21,600 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ามีรายได้รวมอยู่ที่ 27,555 ล้านบาท

          นายชายนิด อรรถณาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ประเมินว่าจะเติบโตลดลงอย่างน้อย 10% เนื่องจากมีปัจจัยในเรื่องของสงครามการค้า กลุ่มลูกค้าจีนที่หาไปส่วนหนึ่ง และมาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาฯ ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะส่งผลต่อตลาดรวมในปีนี้ โดยหากแยกประเภทที่อยู่อาศัย ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งเป็นตลาดที่ซื้ออยู่จริง ไม่มี เพื่อซื้อลงทุนหรือเก็งกำไร คาดเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจโตไม่เกิน 10% แต่เนื่องจากตลาดคอนโดฯ มีสัดส่วนขึ้นมาในระบบประมาณ 60% ของตลาด คาดภาพรวมจะชะลอตัว ลง 10%

          "ปัจจัยที่น่ากังวลน้อยลง เรื่องอัตราดอกเบี้ยที่จะขึ้นน้อยลง แต่เรื่องควบคุมคือเรื่อง LTV จะทำให้สกัดการซื้อเก็งกำไร รวมทั้งการซื้อของนักลงทุนจะกู้ยาก ตอนนี้ ธปท.บ้านหลังที่ 3 ต้องวางเงินดาวน์ 30% และหลังที่ 2 ที่ 20% ถือเป็นสัญญาณที่ทำให้ผู้ประกอบการปรับตัวเปิดโครงการคอนโดฯน้อยลง และเป็นการปรับตัวที่ทำให้ดีมานด์และซัปพลายปรับสู่ความสมดุลมากขึ้น" นายชายนิดกล่าว

          สำหรับแผนธุรกิจของกลุ่มเพอร์เฟค นายชายนิด กล่าวว่า ปีนี้จะเดินหน้าต่อยอดการพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งได้มีแนวทางที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้เดินหน้าสร้างพื้นที่ สีเขียวให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยฟอกอากาศ สร้างทะเลสาบเพิ่มอีก 3 แห่ง รวมเป็นพื้นที่ 183 ไร่ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในโครงการ การจัดการขยะภายในโครงการ เพิ่มจำนวนบ้านที่ก่อสร้างด้วยระบบพรีแฟบเพิ่มเป็น 80% คิดเป็นจำนวน 2,000 หลังในปีนี้ รวมไปถึงยังให้ความสำคัญในด้านการประหยัดพลังงาน ซึ่งบริษัทมีแนวคิดในการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานภายในโครงการ ผ่านการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพื่อนำมาใช้ภายในโครงการ รวมถึงติดตั้งโคมไฟถนนอัจฉริยะ ที่ทำงานอัตโนมัติ มีกล้อง CCTV ใช้พลังงานจากโซล่าเซล

          ทั้งนี้ ในปี 2562 นี้ กลุ่มบริษัทฯ มีแผนพัฒนาโครงการใหม่รวม 20 โครงการ มูลค่าโครงการ 38,300 ล้านบาท แบ่งเป็นการพัฒนาภายใต้บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคฯ จำนวน 17 โครงการ มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการแนวราบ 16 โครงการ มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท และ 1 โครงการคอนโดฯ มูลค่า 2,000 ล้านบาท ส่วนบริษัทในเครือ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พร็อพ- เพอร์ตี้ (GRAND) จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 18,300 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดฯ 2 โครงการ มูลค่า 16,000 ล้านบาท และวิลลาในจังหวัดระยอง 1 โครงการ มูลค่า 2,300 ล้านบาท

          "พอร์ตโครงการคอนโดฯเราจะลดลง เนื่องจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เราเปิดน้อยมาก เราเห็นสัญญาณของภาวะโอเวอร์ซัปพลาย จึงปรับกลยุทธ์ โดยหันมาเน้นตลาดแนวราบ ส่งผลให้ปัจจุบัน พอร์ตคอนโดฯเหลือขาย 7,000 ล้านบาทเศษ"

          ในส่วนของการบริหารที่ดินสะสม(แลนด์แบงก์) บริษัทเหลือไม่มาก เนื่องจากมีโครงการร่วมทุนกับพันธมิตร ปัจจุบันแลนด์แบงก์ที่รองรับการร่วมทุนอยู่ประมาณ 1,000 ไร่ อยู่ ใน 3 ทำเลหลัก ได้แก่ ทำเลแจ้งวัฒนะ, สุขุมวิท 77 และกรุงเทพกรีฑา รองรับพัฒนาได้ถึง 3 ปี มูลค่าโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 18,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนซื้อที่ดินไม่มากประมาณ 2,000 ล้านบาท

          เปิดแผนโครงการร่วมทุน

          นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการบ้านนวัตกรรมระบบโมดูลาร์ ภายใต้ความร่วมมือกับ เซกิซุย เคมิคอล ในเดือน มี.ค.นี้ ใน 4 ทำเล รวมมูลค่ารวมกว่า 2,200 ล้านบาท ส่วนในไตรมาส 4 บริษัท มีแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยว ระดับไฮเอนด์ภายใต้ความร่วมมือกับ ฮ่องกง แลนด์ ในทำเลแจ้งวัฒนะ มูลค่า 10,000 ล้านบาท และทำเลนางนา มูลค่า 5,000 ล้านบาท ในส่วนของความร่วมมือกับ บริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี มีแผนเปิดตัวโครงการ ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ มูลค่า 6,000 ล้านบาท โดยกำหนดเปิดตัวในเดือน ก.พ. และมีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่า 10,000 ล้านบาท ในไตรมาส 4 นี้

          อย่างไรก็ตาม ในปีนี้กลุ่มบริษัทตั้งเป้ามียอดขายอยู่ที่ประมาณ 21,600 ล้านบาท แบ่งเป็นเป้าหมายของ PF อยู่ที่ 20,500 ล้านบาท โดยเป็นยอดขายจากแนวบราบ 12,000 ล้านบาท เติบโต 33% คอนโดมิเนียม 7,000 ล้านบาทเท่ากับปี 61 และ คอนโดมิเนียมในญี่ปุ่น 1,500 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายของ บมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,100 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายรายได้กลุ่มตั้งเป้าไว้ที่ 27,555 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาฯ 21,100 ล้านบาท ธุรกิจโรงแรม 4,500 ล้านบาท รายได้จากการขายที่ดิน 1,740 ล้านบาท และ ธุรกิจให้เช่า 215 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจทำได้ตามเป้า ซึ่งปีนี้กลุ่มบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้(แบ็กล็อก) อยู่ที่ 32.29% หรือ 6,813 ล้านบาท จากเป้ารายได้รวม

          ในส่วนของธุรกิจโรงแรมของกลุ่มบริษัท ปีนี้ ประมาณการรายได้จากธุรกิจโรงแรมจะเพิ่มขึ้นจากโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ซึ่งได้รับผลจากการเปิดตัวของไอคอนสยาม นอกจากนี้ จะเพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท อย่างเป็นทางการในเดือน มี.ค.นี้  โดยคาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า สัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่เกิน 20% หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งจะมีรายได้จากโครงการ SKI-IN-SKI-OUT ประเทศญี่ปุ่น มูลค่า 4,000 ล้านบาท
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ