Loading

อสังหารายเล็กปรับตัว รุกบ้านหรูแทนคอนโด

วันที่ : 14 กุมภาพันธ์ 2562
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการรายขนาดใหญ่นับวันจะครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการรายขนาดกลางและเล็ก หากไม่มีการปรับตัวจะแข่งขันได้ยากลำบากขึ้น
          โชคชัย สีนิลแท้

          ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการรายขนาดใหญ่นับวันจะครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการรายขนาดกลางและเล็ก หากไม่มีการปรับตัวจะแข่งขันได้ยากลำบากขึ้น

          ถวนันท์ ธเนศเดชสุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเวล แกรนด์แอสเสท กล่าวว่า บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและเล็กยังสามารถแข่งขันได้แต่จะต้องมีการปรับตัว เนื่องจากธุรกิจอสังหาฯ มีการแข่งขันอย่างรุนแรง ซึ่งสเกลของการพัฒนาโครงการจะต้องไม่ทำเกินตัว เนื่องจากจะเป็นการแบกรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมขณะนี้ตลาดในช่วงเวลานี้หลายทำเลเกิดภาวะล้นตลาด จึงทำให้การขายเป็นไปค่อนข้างช้า จึงต้องหันมาเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถนนใหญ่ 500 เมตร ขณะเดียวกันจะต้องเน้นกระจายทำเลการลงทุนไปหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพ แต่จะต้องเป็นทำเลที่อยู่ในเมือง

          ทั้งนี้ บริษัทได้ใช้กลยุทธ์การทำตลาดรูปแบบบูทีค ดีเวลลอปเปอร์ คือพัฒนาโครงการที่มีดีไซน์เฉพาะตัว รองรับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มีแบบฉบับของตัวเอง ชอบความแตกต่างไม่ซ้ำแบบใคร โดยโครงการที่จะเปิดในปีนี้ ประกอบด้วย โครงการไอเรส พระราม 9 โครงการไอเรส รัชดาฯ 19  โครงการไอเรส รามคำแหง และโครงการย่านบางนา รวม 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1,000 ล้านบาท ซึ่งใช้งบซื้อที่ดิน 300 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ 600 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 500 ล้านบาท

          "ดีเวลฯ ให้ความสำคัญกับการ พัฒนาโครงการแนวราบตั้งแต่ปี 2560 เนื่องจากมองว่าตลาดบ้านแนวราบ ยังคงมีความต้องการของกลุ่มลูกค้าเฉพาะ จากก่อนหน้านั้นพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมาแล้ว 4 โครงการจำนวน 500 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันทุกโครงการคอนโดมิเนียมนั้นปิดการขายแล้ว" ถวนันท์ กล่าว

          สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2562 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญยังคงมีการเติบโต โดยในส่วนความต้องการ ที่อยู่อาศัยแนวสูงเติบโตในเขตใจกลางเมืองตามแนวรถไฟฟ้ามาจากกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงบน รวมถึงกำลังซื้อของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนต้องการที่อยู่อาศัยย่านสุขุมวิทและรัชดาฯ ส่วนโครงการแนวราบมี การขยายตัวในเขตชานเมือง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงตัวเมืองของ จังหวัดท่องเที่ยวหลักในภาคใต้ นอกจากนี้พบว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งเริ่มหันมาทำโครงการที่สร้างรายได้ประจำ เช่น อพาร์ตเมนต์ โครงการมิกซ์ยูส หรืออาคารเชิงพาณิชย์ แทนการทำโครงการที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียวเพื่อใช้ประโยชน์จากที่ดินราคาสูงให้คุ้มค่ามากขึ้น

          อย่างไรก็ดี มีหลายปัจจัยจากทั้งในและนอกประเทศ ที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องติดตามสถานการณ์และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างแม่นยำ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ออกมาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) และแนวโน้มการปรับอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงการเลือกตั้งภายในประเทศ เป็นต้น

          ขณะที่ล่าสุดบริษัทเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายโครงการ อาณา เอกมัย ในซอยสุขุมวิท 65  บ้านเดี่ยวซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่พร้อมอยู่  4 หลัง ระดับราคา 45-50 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 2-3 มี.ค. ที่โครงการเมื่อซื้อบ้านในงานจะแถมรถยนต์พอร์ชราคา 5 ล้านบาท
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ