Loading

LPNกำไรโต28%ปันผล40สต. จับมือ นายณ์ เอสเตท พัฒนาออฟฟิศให้เช่า

วันที่ : 18 กุมภาพันธ์ 2562
“แอลพีเอ็น” แจ้งงบปี 2561 มีกำไรสุทธิ 1,367.27 ล้านบาท โต 28.71% และมีรายได้รวม 11,301.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.05% บอร์ดไฟเขียวปันผลครึ่งปีหลังอีก 0.40 บาท ขึ้น XD วันที่ 27 ก.พ.นี้ ล่าสุดร่วมทุน “นายณ์ เอสเตท” ตั้ง “บริษัท ดลศิริ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด” เพื่อลุยพัฒนาออฟฟิศให้เช่าริมถนนพระราม 4 มูลค่ากว่า 3,791 ล้านบาท
          “แอลพีเอ็น” แจ้งงบปี 2561 มีกำไรสุทธิ 1,367.27 ล้านบาท โต 28.71% และมีรายได้รวม 11,301.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  17.05%  บอร์ดไฟเขียวปันผลครึ่งปีหลังอีก 0.40 บาท ขึ้น XD วันที่ 27 ก.พ.นี้  ล่าสุดร่วมทุน “นายณ์ เอสเตท” ตั้ง “บริษัท ดลศิริ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด” เพื่อลุยพัฒนาออฟฟิศให้เช่าริมถนนพระราม 4 มูลค่ากว่า 3,791 ล้านบาท

          นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,367.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.71% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,062.31 ล้านบาท และมีรายได้รวม 11,301.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.05% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 9,655.14 ล้านบาท ซึ่งผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น มาจากการทยอยส่งมอบโครงการในมืออย่างต่อเนื่องเป็นหลัก

          โดยในปี 2561 บริษัทมีโครงการสร้างเสร็จจำนวน 11 โครงการ แบ่งเป็น โครงการอาคารชุดพักอาศัย จำนวน 8 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการ ลุมพินี พาร์ค บีช ชะอำ 2, 2. โครงการ ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98 (อาคารซี-ดี), 3. โครงการ ลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะ-ริเวอร์วิว 2, 4. โครงการ ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว, 5. โครงการ ลุมพินี ซีวิว ชะอำ (อาคารเอ), 6. โครงการ เดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น., 7. โครงการ ลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน และ 8. โครงการ ลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารภ

          ส่วนอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย บ้านพักอาศัยระดับพรีเมียมจำนวน 1 โครงการ ได้แก่ โครงการ บ้าน 365 พระราม 3 และบ้านพักอาศัยภายใต้การพัฒนาของบริษัทย่อยอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ บ้านลุมพินี ทาวน์พาร์ค ท่าข้าม-พระราม 2 และโครงการ บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า

          นอกจากนี้ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่แล้วเสร็จ 1 โครงการ เป็นโครงการนำร่องของปี 2561 ที่เป็นกลยุทธ์รุกตลาดเช่า คือ โครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (เฟส 3) อาคารเอฟ มีการปล่อยเช่าไปแล้ว 71% ของจำนวนยูนิตที่เปิดเช่าทั้งหมด

          ขณะเดียวกัน ในปี 2561 บริษัทมียอดขาย (Presale) รวม 16,500 ล้านบาท มาจากยอดขายโครงการเปิดใหม่ จำนวน 8,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 52% ของยอดขายทั้งหมด และมาจากยอดขายโครงการเดิมในมือ จำนวน 8,000 ล้านบาท คิดเป็น 48% ของยอดขายรวม โดยในปี 2561 บริษัทมีการเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 12,600 ล้านบาท

          โดยแบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 6 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการ ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 76-แบริ่ง สเตชั่น (2), 2. โครงการ ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร-สะพานควาย, 3. โครงการ ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร, 4. โครงการ ลุมพินี พาร์ค บรมราชชนนี-สิรินธร, 5. โครงการ ลุมพินี วิลล์ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ และ 6. โครงการ ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2 ส่วนอีก 2 โครงการ เป็นบ้านพักอาศัยระดับพรีเมียมจำนวน 1 โครงการ คือโครงการ บ้าน 365 พระราม 3 และบ้านพักอาศัยพัฒนาภายใต้บริษัทย่อยจำนวน 1 โครงการ คือโครงการ บ้านลุมพินี ทาวน์พาร์ค ท่าข้าม-พระราม 2

          ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือรวมมูลค่าประมาณ 9,500 ล้านบาท จากโครงการอาคารชุดพักอาศัย และบ้านพักอาศัย ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปี 2562 ประมาณ 8,000 ล้านบาท และทยอยรับรู้ในปี 2563 ประมาณ 1,500 ล้านบาท

          นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 มีมติจ่ายเงินปันผลประจำปีงวดปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.20 บาทไปแล้ว ในวันที่ 5 กันยายน 2561 ดังนั้น ส่วนที่เหลือจะจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท โดยเป็นการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมส่วนที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 เมษายน 2562

          นายโอภาส กล่าวอีกว่า บริษัทได้ร่วมกับบริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด (NYE) จัดตั้งบริษัท ดลศิริ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในสัดส่วนการลงทุน 50% ต่อ 50% เพื่อร่วมพัฒนาอาคารสำนักงานและร้านค้าปลีกให้เช่า บนทำเลศักยภาพริมถนนพระราม 4 ซึ่งวงเงินในการพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานและร้านค้าให้เช่าประมาณ 3,791 ล้านบาท แบ่งเป็น ใช้เป็นเงินลงทุนในสัญญาเช่าระยะยาว เป็นเวลา 55 ปี รวมเป็นเงิน 2,339 ล้านบาท และมูลค่าการลงทุนในการพัฒนาโครงการประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยจะเป็นเงินลงทุนจาก LPN และ NYE รวมทั้งเงินกู้ของโครงการ

          “LPN และ NYE เคยทำงานร่วมกัน และต่างรู้จุดแข็งของกันและกัน การร่วมทุนในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทร่วมทุนในการนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาประสาน เพื่อพัฒนาโครงการที่ช่วยสร้างรายได้ประจำในรูปแบบของเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง และเพื่อลดความเสี่ยงจากสภาวะการแข่งขันและปัจจัยลบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งบริษัทยังใช้เงินลงทุนจากกระแสเงินสดในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และการกู้เงิน ซึ่งจะไม่กระทบต่อการจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้น” นายโอภาส กล่าว

          สำหรับโครงการอาคารสำนักงานให้เช่าภายใต้การพัฒนาของบริษัท ดลศิริ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จะเป็นแบรนด์ใหม่บนที่ดินริมถนนพระราม 4 ทำเลขนาด 3 ไร่ 7.5 ตารางวา ระยะเวลาการเช่า 55 ปี ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ตรีคชา จำกัด ประกอบด้วย พื้นที่ใช้ประโยชน์รวม 22,600 ตารางเมตร แบ่งเป็น พื้นที่สำนักงานประมาณ 21,000 ตารางเมตร และพื้นที่ร้านค้าประมาณ 1,600 ตารางเมตร ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจให้แก่บริษัทผู้เช่าเป็นอย่างดี
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ