Loading

คอลัมน์ Big Data: 5ทำเลฮอต! แนวราบ5 ทำเลเด่นคอนโด

วันที่ : 4 มีนาคม 2562
สถานการณ์ด้านอุปทานที่อยู่อาศัย โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ - ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2561 มีจำนวน 127 โครงการ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 11.4% มีหน่วยในผังรวม
 
          ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานตัวเลขสถานการณ์ที่อยู่อาศัยไตรมาส 4 ปี 2561 และภาพรวมทั้งปี 2561 ดังนี้ 

          สถานการณ์ด้านอุปทานที่อยู่อาศัย 

          โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ - ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2561 มีจำนวน 127 โครงการ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 11.4% มีหน่วยในผังรวม

          35,690 หน่วย เพิ่มขึ้น 36.5% และ มูลค่าโครงการรวม 175,999 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.7% เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่สองหลังจากชะลอตัวมา 3 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2560 เนื่องจากผู้ประกอบการได้ชะลอตัวเปิดโครงการใหม่เพื่อลดอุปทานส่วนเกินในตลาด

           แยกตามประเภทโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ พบว่าเป็นโครงการบ้านจัดสรร 75 โครงการ 13,483 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 63,920 ล้านบาท ส่วนโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่มีจำนวน 52 โครงการ 22,207 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 112,079 ล้านบาท 

          ส่วนภาพรวมโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ทั้งปี 2561 มีจำนวนรวม 404 โครงการ เมื่อเทียบกับปี 2560 จำนวนโครงการลดลง 2.7% มีหน่วยในผังรวม 118,271 หน่วย เพิ่มขึ้น 3.6% และมีมูลค่าโครงการรวม 538,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จากปี 2560 มีจำนวนโครงการเปิดขายใหม่จำนวน 415 โครงการ 114,194 หน่วย และ มีมูลค่าโครงการ 488,537 ล้านบาท 

          แบ่งเป็นประเภทบ้านจัดสรรมีจำนวน 244 โครงการลดลง 9% และ มีจำนวน 45,063 หน่วยลดลงร้อยละ 8.5 แต่มีมูลค่าโครงการ 217,811 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับปี 2560 

          ส่วนอาคารชุดมีจำนวน 160 โครงการ 73,208 หน่วย และมีมูลค่าโครงการ 320,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการ จำนวนหน่วยและมูลค่า โครงการ โดยเพิ่มขึ้น 8.8%, 12.7% และ 15.2% ตามลำดับ 

          5 ทำเลฮอตบ้านจัดสรรปี 2561 

          นอกจากนี้ ทำเลของโครงการบ้านจัดสรรที่เปิดขายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรกในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2561 และส่วนใหญ่เป็นประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุด แก่ 1. บางใหญ่-บางบัวทอง บางกรวย-ไทรน้อย ซึ่งเป็นทำเลที่แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงเปิดให้บริการแล้ว เปิดขายในระดับราคา 3.01 - 5 ล้านบาทมากที่สุด 2. ลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี หนองเสือ ซึ่งเป็นทำเลที่มีแนวรถไฟฟ้า สายสีเขียว (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างจึงส่งผลให้โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในทำเลนี้ปรับราคาเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ ราคา 3.01 - 5 ล้านบาท จากเดิมส่วนใหญ่เปิดขายอยู่ในระดับราคา 2.01 - 3 ล้านบาท 

          มากที่สุด 

          3. บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง ทำเลนี้โครงการเปิดใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณที่ใกล้ทางด่วนพิเศษบูรพาวิถี และราคาปรับเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับราคา 3.01 - 5 ล้านบาท 4. เมืองปทุมธานี- ลาดหลุมแก้ว-สามโคก เป็นทำเลชุมชนที่อยู่อาศัยขยายตัวสูงเห็นได้ชัดในปี 2561 ที่มีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายมากขึ้นโดยส่วนใหญ่เป็นประเภททาวน์เฮ้าส์ และอยู่ในระดับราคา 2.01 - 3 ล้านบาทมากที่สุด และ 5. คลองสามวา-มีนบุรี หนองจอก-ลาดกระบัง เป็นทำเลที่มีรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างจึงส่งผลให้โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในทำเลนี้ปรับราคาเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับราคา 3.01 - 5 ล้านบาท 

          5 ทำเลเด่นคอนโดมิเนียม 

          ด้านทำเลของโครงการอาคารชุดที่เปิดขายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2561 และส่วนใหญ่เป็นห้องชุดประเภท 1 ห้องนอนมากที่สุด ได้แก่ 1.ห้วยขวาง-จตุจักร ดินแดงตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (MRT) ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 5.01 - 7.50 ล้านบาท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเดิมซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับ ราคา 3.01 - 5 ล้านบาทมากที่สุด 2. สุขุมวิท ตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส (สายสุขุมวิท) ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป 

          3.พระโขนง-บางนา-สวนหลวง -ประเวศ ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 3.01 - 5 ล้านบาท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเดิมซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับ ราคา 2.01 - 3 ล้านบาท 4. พญาไท- ราชเทวีตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส (สายสุขุมวิท) ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 5.01 - 7.50 และ 7.51 - 10.00 ล้านบาท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 2.01 - 3 ล้านบาท 

          มากที่สุด และ 5.ธนบุรี-คลองสาน- บางกอกน้อย- บางกอกใหญ่-บางพลัด ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 2.01 - 3 ล้านบาทมากที่สุด 

          เผยอุปสงค์ที่อยู่อาศัย 

          การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2561 มีจำนวน 56,047 หน่วย มูลค่า 174,363 ล้านบาท โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 16.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 

          มูลค่าเพิ่มขึ้น 36.9% ทั้งนี้ มีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุด 28,314 หน่วย คิดเป็น 50.5% ของหน่วย โอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 15,589 หน่วย คิดเป็น 27.8% บ้านเดี่ยวมีการโอนจำนวน 7,627 หน่วย คิดเป็น 13.6% อาคารพาณิชย์ พักอาศัยมีการโอนจำนวน 2,482 หน่วย มีสัดส่วน 4.4% และบ้านแฝดมีการโอนจำนวน 2,035 หน่วย มีสัดส่วน 3.6% 

          สำหรับการโอนกรรมสิทธิ์บ้านสร้างใหม่ (หรือบ้านที่โอนจากนิติบุคคล) มีจำนวน 36,873 หน่วย และโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสอง (บ้านที่โอนจากบุคคลธรรมดา) มีจำนวน 19,174 หน่วย ทำให้สัดส่วนจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์บ้านสร้างใหม่ต่อบ้านมือสองในไตรมาส 4 ปี 2561 เท่ากับ 66 : 34 ขณะที่มูลค่า การโอนกรรมสิทธิ์ของบ้านสร้างใหม่ ต่อบ้านมือสองมีสัดส่วน 77:23 สะท้อนให้เห็นว่ามีการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ บ้านใหม่ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึง 

          ผลกระทบจากมาตรการควบคุมสินเชื่ออย่างชัดเจน 

          สำหรับภาพรวมปี 2561 ทั้งปีนั้น มีจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย 196,630 หน่วย และมีมูลค่า 565,112 ล้านบาท โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 20.3% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 32.1% เมื่อเทียบกับปี 2560 ทั้งนี้ เป็นการโอนกรรมสิทธิ์บ้านสร้างใหม่ (หรือบ้านที่โอนจากนิติบุคคล) 123,664 หน่วย และโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสอง (บ้านที่โอนจากบุคคลธรรมดา) ประมาณ 72,966 หน่วย ทำให้สัดส่วน จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ บ้านสร้างใหม่ต่อบ้านมือสองในปี 2561 เท่ากับ 63: 37

 
 
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ