Loading

กานดา เชื่อปี62อสังหาฯไม่โตเหตุปี61ยอดโอน-ยูนิตเปิดใหม่สูงเกินคาด

วันที่ : 11 มีนาคม 2562
นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้เติบโตค่อนข้างน้อย ซึ่งจะทรงตัวเท่ากับปีที่ผ่านมาทั้งในส่วนของจำนวนยูนิตใหม่และยอดโอน เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ตลาดรวมอสังหาฯ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ โดยพบยูนิตเกิดใหม่เปิดสูงถึง 15% เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ มูลค่าโครงการสูงถึง 500,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดโอนสูงเกินกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ โดยมีมูลค่าเติบโตกว่า 20% ส่งผลถึงภาคสถาบันการเงินที่ทำยอดปล่อยสินเชื่อสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์กว่า 700,000 ล้านบาท
          นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้เติบโตค่อนข้างน้อย ซึ่งจะทรงตัวเท่ากับปีที่ผ่านมาทั้งในส่วนของจำนวนยูนิตใหม่และยอดโอน เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ตลาดรวมอสังหาฯ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ โดยพบยูนิตเกิดใหม่เปิดสูงถึง 15% เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ มูลค่าโครงการสูงถึง 500,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดโอนสูงเกินกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ โดยมีมูลค่าเติบโตกว่า 20% ส่งผลถึงภาคสถาบันการเงินที่ทำยอดปล่อยสินเชื่อสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์กว่า 700,000 ล้านบาท

          "ในปี 62 เราไม่แปลกใจที่ตลาดรวมจะไม่ขยายตัว และมีสภาพที่ทรงตัวเหมือนปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียม ที่จะเห็นว่าปี 61 คอนโดฯขยายตัวสูงถึง 10% แม้ว่าหลายฝ่ายคาดว่าคอนโดฯจะชะลอตัวลง เนื่องจากมีซัปพลายสะสมในตลาดอยู่มาก แต่ปรากฏในช่วงปลายปี โครงการคอนโดฯมีการเปิดตัวเป็นจำนวนมาก ทำให้ภาพรวมคอนโดฯตลอดทั้งปีขยายตัวสูง ซึ่งปีนี้ ผู้ประกอบการจะดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง และตัดสินใจเปิดตัวโครงการตามสถานการณ์ตลาดในอนาคต แม้จะมีปัจจัยในเรื่องการเลือกตั้งเข้ามาสร้างความคึกคัก แต่ปัญหาการเมือง ก็ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค"

          สำหรับภาพรวมธุรกิจของบริษัทกานดาฯในปีนี้ จะเปิด 9 โครงการใหม่ จำนวน 3,045 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 7,400 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ทำเลที่จะเข้าไปทำตลาด ได้แก่ การเปิดขายโครงการอยู่แล้วหรือทำเลใกล้เคียง กับทำเลเดิม และการเปิดขายโครงการในทำเลใหม่ เช่น ทำเลเลียบถนนเศรษฐกิจ ทำเลย่านถนนเศรษฐกิจ-พุทธสาคร ทำเลเทพารักษ์-บางบ่อ

          โดยในครึ่งปีแรกจะเปิดตัว 5 โครงการใหม่ ได้แก่ 1.โครงการ ไอลีฟ ทาวน์ พระราม 2 กม.18 จำนวน 201 ยูนิต มูลค่ารวม 542 ล้านบาท 2.โครงการไอลีฟ ไพร์ม พระราม 2 กม.14 โครงการบ้านเดี่ยวผสมบ้านแฝดและทาวน์โฮม จำนวน 395 ยูนิต มูลค่า 1,100 ล้านบาท 3.โครงการไอลีฟ พาร์ค รังสิตคลอง 4 โครงการบ้านเดี่ยวผสมบ้านแฝดและทาวน์โฮม 498 ยูนิต มูลค่า 1,310 ล้านบาท 4.โครงการไอลีฟ ทาวน์ 3 ประชาอุทิศ จำนวน 484 ยูนิต มูลค่า 1,016 ล้านบาท และ 5.โครงการทาวน์โฮม โซนใหม่ในจังหวัดภูเก็ต เลียบถนนเทพกระษัตรี ใกล้สนามบิน จำนวน 248 ยูนิต มูลค่า 587 ล้านบาท

          ส่วนในครึ่งปีหลังจะเปิดเพิ่ม 4 โครงการในทำเลใหม่ คือ 1.โครงการไอลีฟ ทาวน์ โครงการทาวน์โฮม เลียบถนนเศรษฐกิจ จำนวน 486 ยูนิต มูลค่า 1,100 ล้านบาท 2.โครงการไอลีฟพาร์ค เศรษฐกิจ-พุทธสาคร ทาวน์โฮม 137 ยูนิต มูลค่า 440 ล้านบาท 3.โครงการไอลีฟทาวน์ เทพารักษ์-บางบ่อ ทาวน์โฮม 467 ยูนิต มูลค่า 980 ล้านบาท และ 4.ไอลีฟพาร์ค เทพารักษ์-บางบ่อ ทาวน์โฮม 129 ยูนิต 420 ล้านบาท

          ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 11 โครงการ มีสินค้าอยู่ระหว่างการขาย 1,223 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 3,200 ล้านบาท เปิดขายอยู่ในพื้นที่ 6 ทำเล คือ ทำเล แสมดำ-พระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร ลำลูกกา รังสิต ประชาอุทิศ และในจังหวัดภูเก็ต
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ