Loading

สมคิด ดันบ้านล้านหลังเฟส2ครม.เพิ่มวงเงินกลุ่มรายได้น้อย

วันที่ : 13 มีนาคม 2562
"สมคิด" สั่ง ธอส.ผลักดัน บ้านล้านหลังเฟส 2 เน้นลูกค้าดูแลบุพการี ครอบครัวสร้างใหม่ ครม.อนุมัติปรับเกณฑ์ปล่อยกู้ เพิ่มวงเงินกลุ่มรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 25,000 บาท ชดเชยดอกเบี้ย 789 ล้านบาท
          "สมคิด" สั่ง ธอส.ผลักดัน บ้านล้านหลังเฟส 2 เน้นลูกค้าดูแลบุพการี ครอบครัวสร้างใหม่ ครม.อนุมัติปรับเกณฑ์ปล่อยกู้ เพิ่มวงเงินกลุ่มรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 25,000 บาท ชดเชยดอกเบี้ย 789 ล้านบาท

          นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มอบหมายให้ นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ทำรายละเอียดโครงการบ้านล้านหลังระยะที่ 2 (เฟส 2) ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีในเฟส 1 โดยให้แนวทางว่าในระยะที่ 2 ควรให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้า ที่ซื้อบ้านเพื่อดูแลบุพการี และลูกค้าที่เริ่มสร้างครอบครัว รวมทั้งควรกระจายไปต่างจังหวัด เพื่อลดความแออัดในกรุงเทพฯ โดยให้ ธอส.เสนอรายละเอียดในระหว่างไปตรวจเยี่ยม การทำงาน ธอส.สัปดาห์หน้า

          นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบปรับกรอบการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง) โดยคงวงเงินที่ 50,000 ล้านบาท แต่ปรับกรอบวงเงินให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ที่มีผู้ยื่น จองสิทธิ 113,064 ล้านบาท ซึ่งมากกว่ากรอบวงเงินที่ ธอส.กำหนดไว้ถึง 93,064 ล้านบาท แต่ ธอส.กำหนดวงเงินสินเชื่อกลุ่มนี้เพียง 20,000 ล้านบาท

          ส่วนยอดจองสินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่อเดือนต่อคนเกิน 25,000 บาท มีผู้ยื่นจองสิทธิเพียง 14,038 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่ากรอบวงเงินที่ ธอส.กำหนด ไว้ 15,962 ล้านบาท จากที่กำหนดไว้ 30,000 ล้านบาท

          ทั้งนี้ ธอส.ปรับกรอบการดำเนินโครงการบ้านล้านหลังสำหรับผู้มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน จากกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาทเป็น กรอบวงเงิน 40,000 ล้านบาท ส่วนผู้ที่มีรายได้เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ปรับลดกรอบวงเงินเหลือ 10,000 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท รวมทั้งแก้ไขเงื่อนไขในการสิ้นสุดมาตรการ จากเดิมสิ้นสุดการทำนิติกรรมวันที่ 30 ธ.ค.2562 เปลี่ยนเป็นสิ้นสุดการทำนิติกรรมเมื่อ ธอส.ให้ สินเชื่อเต็มตามกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ไม่เกินวันที่ 30 ธ.ค.2564

          นายณัฐพร กล่าวว่า จากการปรับกรอบวงเงินกู้ตามเงื่อนไขดังกล่าว ส่งผลให้ ธอส. จะสูญเสียรายได้ดอกเบี้ยรับมากขึ้นเนื่องจาก ธอส. ต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี คงที่เป็น ระยะเวลา 5 ปี สำหรับกลุ่มผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท จึงขอรับการชดเชยส่วนต่างระหว่างรายได้ดอกเบี้ยรับ ตามแผนรัฐวิสาหกิจของ ธอส.กับ รายได้ดอกเบี้ยรับจากโครงการจาก รัฐบาล รวม 6 ปี (2562-2567) เพิ่มอีก 789 ล้านบาทจากเดิมเคยขอรับการชดเชยดังกล่าวมาแล้วจากมติ ครม.เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2561 จำนวน 3,876 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินที่ ธอส. ขอรับการชดเชย 4,666 ล้านบาท
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ