Loading

สิงห์เอสเตทรุก3ธุรกิจ

วันที่ : 27 มีนาคม 2562
นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์ เอสเตท เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาใน 3 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจที่พักอาศัย ธุรกิจคอมเมอร์เชียล และธุรกิจโรงแรม โดยธุรกิจที่พักอาศัยในปีนี้ได้เตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับ ลักซ์ชัวรี่ โครงการล่าสุดบริเวณซอยรางน้ำจำนวน 1 อาคาร ความสูง 35 ชั้น มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างสำนักงานขาย และคาดว่าจะมีการเปิดตัวภายในกลางปีนี้
          โรงแรมขาขึ้นสร้างรายได้ปัจจัยการเมือง-ศก.ผันผวนกระทบน้อย

          สิงห์ เอสเตทยันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบเศรษฐกิจ-การเมือง พร้อมกระจายการลงทุนอสังหาฯ รายได้เช่า-ขาย

          นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์ เอสเตท เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาใน 3 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจที่พักอาศัย ธุรกิจคอมเมอร์เชียล และธุรกิจโรงแรม โดยธุรกิจที่พักอาศัยในปีนี้ได้เตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับ ลักซ์ชัวรี่ โครงการล่าสุดบริเวณซอยรางน้ำจำนวน 1 อาคาร ความสูง 35 ชั้น มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างสำนักงานขาย และคาดว่าจะมีการเปิดตัวภายในกลางปีนี้

          สำหรับธุรกิจเชิงพาณิชย์ บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการโอเอซิส ซึ่งเป็นโครงการ อาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่ามูลค่าการลงทุนรวม 3,695 ล้านบาท ความสูงทั้งสิ้น 36 ชั้น โดยมีพื้นที่ให้เช่าประมาณ 5.3 หมื่นตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่สำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดประมาณ 7 ไร่ ติดกับอาคารซันทาวเวอร์สบนถนนวิภาวดีรังสิต โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565

          ขณะที่ธุรกิจโรงแรมเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักที่สร้างรายได้สูงให้กับสิงห์ เอสเตท โดยในปีที่ผ่านมากับพอร์ตปัจจุบันที่มีห้องพักรวม 4,271 ห้อง จากโรงแรมและรีสอร์ท 37 แห่งทั่วโลก (ยังไม่รวมโรงแรมในโครงการครอสโรดส์) ปีนี้ สิงห์ เอสเตท ยังคงมองหาโรงแรมที่ตั้งอยู่ในสถานที่ ท่องเที่ยวระดับโลกเข้ามาเติมเต็มพอร์ต รวมทั้งได้เตรียมพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ 3 แห่ง คือ โรงแรมเอาท์ริกเกอร์ ลากูน่า ภูเก็ต บีช รีสอร์ท โรงแรมเอาท์ริกเกอร์ ฟิจิ บีช รีสอร์ท ประเทศ ฟิจิ และโรงแรมแคสต์อะเวย์ ไอส์แลนด์ ประเทศฟิจิ

          นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดให้บริการเฟสแรกของโครงการครอสโรดส์ แหล่งท่องเที่ยวที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดแห่งแรกในมัลดีฟส์ ประกอบด้วย เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์ พื้นที่สำหรับความบันเทิงและร้านค้าปลีกขนาด 1.1 หมื่นตารางเมตร โดยจะเปิดให้บริการในเดือน มิ.ย.นี้

          อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นอีกหนึ่งปีแห่งการรับรู้รายได้จากโครงการที่สร้างเสร็จ โดยบริษัทจะรับรู้รายได้จากการโอนโครงการ ได้แก่ ดิ เอส อโศก, ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์, สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส, บันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ รวมทั้งการรับรู้รายได้ เต็มปีจากอาคารสำนักงานสิงห์ คอมเพล็กซ์ โรงแรมเอาท์ริกเกอร์ 6 โรงแรม และเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการครอสโรดส์ สาธารณรัฐมัลดีฟส์

          "ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวถือว่าเป็นธุรกิจที่สร้าง รายได้ระยะยาว โดยบริษัทได้เข้าไปลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในประเทศและเมืองสำคัญ จึงเป็นการกระจายความเสี่ยง" นางฐิติมา กล่าว
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ