Loading

รายงาน: บิ๊กดาต้า เข็มทิศลงทุน อสังหาฯรับมือปัจจัยเสี่ยง

วันที่ : 10 เมษายน 2562
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ยังเป็นที่สนใจของผู้พัฒนารายใหม่ๆ ตลอดจนรายกลางใหญ่ ตบเท้าเข้าขยายการลงทุนในแต่ละปีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนได้สูง ทั้งยังมาจากปัจจัยราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน เอื้อให้ขายโครงการราคาดีได้ในทำเลฮอต
          ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ยังเป็นที่สนใจของผู้พัฒนารายใหม่ๆ ตลอดจนรายกลางใหญ่ ตบเท้าเข้าขยายการลงทุนในแต่ละปีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนได้สูง ทั้งยังมาจากปัจจัยราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน เอื้อให้ขายโครงการราคาดีได้ในทำเลฮอต เช่นเดียวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆของรัฐยิ่งส่งเสริมให้การเกิดดีมานด์ใหม่ๆ ทั้งจากคนไทยและคนต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมในเมือง อย่างไรก็ตาม อีกด้านก่อให้เกิดการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ผู้ให้บริการเว็บคอนเทนต์ด้านอสังหาฯสูงขึ้นเช่นกัน ทั้งจากผู้เล่นเดิมเจ้าใหญ่ที่เดิมทีกระจุกตัวเพียงในเว็บไซต์ ให้ต้องเร่งพัฒนาบริการและขยายฐานลูกค้า ขณะที่ผู้เล่นรายใหม่ๆก็บุกตลาดสร้างทางเลือกให้กับลูกค้า ผ่านเฟซบุ๊ก แฟนเพจ รวมไปถึงกลุ่ม ยูทูบเบอร์ บล็อกเกอร์ด้วยจุดต่างเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เช่นกัน ทั้งนี้หวังแย่งเค้กเม็ดเงินโฆษณาที่เกิดขึ้นในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า5พันล้านบาทจากจำนวนผู้พัฒนาอสังหาฯหลัก 500 รายและมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก หลังจากปัจจุบันผู้พัฒนาอสังหาฯหันมาพึ่งพาช่องทางการโฆษณาโปรโมต ประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการและแบรนด์ของตนเองผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพราะเข้าถึงผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมากกว่าสื่ออื่นๆ

          โดยนางสาวสุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการบริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลจิ้ง จำกัด บริษัทผู้ให้บริการด้านข้อมูลและตัวแทนซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจดังกล่าว ครอบคลุม 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ให้บริการข้อมูลและวิจัยตลาด,รีวิวโครงการ, ตัวแทนซื้อ-ขาย และแง่การโฆษณาแบรนดิ้ง มีความคึกคักและแข่งขันสูงมากผ่านผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ที่เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะหวังแย่งชิงเม็ดเงินสำหรับการตลาดออนไลน์ที่เติบโตถึง 124% ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้เล่นในช่องทางเฟซบุ๊กและบล็อกเกอร์รีวิวโครงการ ที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่อย่างไรก็ตาม ความต้องการในแง่ฐานข้อมูลหลักของตลาด หรือที่เรียกว่า Big Data ยังเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาอสังหาฯหรือนักลงทุนรายย่อยให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เพราะข้อมูลเชิงลึกทั้งตัวเลขซัพพลาย- ดีมานด์-ระดับราคาอัตราดูดซับและทำเล ย่อมมีส่วนช่วยอย่างมากในการพัฒนาโปร ดักต์ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์กับความต้องการและช่องว่างของตลาด ณ ขณะนั้นให้มากที่สุด รวมถึงมีผลต่อการตัดสินใจลงทุน หรือลดความผิดพลาดในการพัฒนาโครงการใหม่ด้วย

          นางสาวสุมิตรา ยังกล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2562 ถอยมาในจุดตั้งรับปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งเรื่องกำลังซื้อภายในประเทศ กำลังซื้อชาวจีนลดลง ตลอดจนปัจจัยการเมือง-เศรษฐกิจในประเทศ ต่างมีผลต่อภาพรวมตลาดและการตัดสินใจซื้อของผู้อยู่อาศัย ข้อมูลเชิงลึกของตลาด ยิ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการรายกลาง-ใหม่ ที่มีความเสี่ยงสูง

          "พบยิ่งตลาดมีแนวโน้มไม่สดใสจากปัจจัยต่างๆ ผู้พัฒนาอสังหาฯ ยิ่งต้องการตัวช่วย โดยเฉพาะในแง่ข้อมูลด้านซัพพลายดีมานด์ในตลาด เพื่อใช้สำหรับประเมินทิศทาง วางแผนการลงทุน รวมถึงใช้ตั้งรับสถานการณ์ด้วย"

          ทั้งนี้ พบผู้เล่นหลักในกลุ่มดังกล่าวมีเพียงไม่กี่ราย โดยแต่ละรายพยายามปรับตัวให้สอดรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค-เทคโนโลยี และพร้อมพัฒนาไปสู่ Big Data ที่ขยายครอบคลุมมากยิ่งขึ้นด้วย เพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่าและดึงลูกค้าใหม่ๆ สร้างรายได้ระยะยาว เช่นเดียวกับบริษัท ที่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 5 ปี มี User เข้าใช้งานสะสมมากกว่า 20 ล้านรายทั่วประเทศไทยล่าสุดเปิดตัว "Terra Byte Application" แอพพลิเคชันใหม่ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่ต้องการเข้าสู่ฐานข้อมูลทั้งด้านซัพพลาย-ดีมานด์ของลูกค้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล แสดงผลข้อมูลแบบ Interactive chart หวังเป้ารายได้ 6 ล้านบาท จากลูกค้ากลุ่มผู้พัฒนาโครงการประมาณ 100 ราย ภายในปี 2562
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ