Loading

เอพีฯปลื้มโชว์ยอดขายกระฉูด มาตรการ แอลทีวี กรองลูกค้า

วันที่ : 11 เมษายน 2562
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาสแรกมีแนวโน้มเติบโตที่ดีเนื่องจากกำลังซื้อที่มีอยู่มากทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง สะท้อนได้จากยอดขายรวมของบริษัทฯ ที่ทำได้กว่า 12,585 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายคอนโดมิเนียมมูลค่า 6,365 ล้านบาท และแนวราบมูลค่า 6,220 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนส่งผลให้ยอดขายปีนี้ทำได้แล้ว 30% ของเป้ายอดขายปี 62 ที่ตั้งไว้ที่ 41,800 ล้านบาท
          นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาสแรกมีแนวโน้มเติบโตที่ดีเนื่องจากกำลังซื้อที่มีอยู่มากทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง สะท้อนได้จากยอดขายรวมของบริษัทฯ ที่ทำได้กว่า 12,585 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายคอนโดมิเนียมมูลค่า 6,365 ล้านบาท และแนวราบมูลค่า 6,220 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนส่งผลให้ยอดขายปีนี้ทำได้แล้ว 30% ของเป้ายอดขายปี 62 ที่ตั้งไว้ที่ 41,800 ล้านบาท

          ทั้งนี้ไตรมาส 2 เชื่อว่าความต้องการที่อยู่อาศัยใหม่มีต่อเนื่องแม้มาตรการแอลทีวีจะมีผลบังคับใช้แต่ไม่ได้กระทบทั้งตลาด และยังช่วยให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริงสามารถเข้าถึงในราคาที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้นและยังช่วยบริหารจัดการภาพรวมของธุรกิจ อสังหาฯ ในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้เตรียมเปิดโครงการใหม่ 13 โครงการมูลค่า 19,720 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์โฮม 9 โครงการ มูลค่า 8,560 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 3 โครงการ มูลค่า 2,360 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 8,800 ล้านบาท

          นอกจากนี้ในภาพรวมการขายทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียมยังเติบโตต่อเนื่อง เช่น โครงการแอสปาย เอราวัณ มีอัตราการขายโตกว่า 130% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนโครงการริธึ่ม เอกมัยเอสเตท ที่เปิดตัวใหม่ในไตรมาส 1 นั้นได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าคนเมือง

          นายวิทการ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามโครงการรอรับรู้รายได้รวมโครงการร่วมทุน (แบ๊กล็อก) มูลค่า 58,960 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ มูลค่า 11,140 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้และคอนโดมิเนียม รวมโครงการร่วมทุนมูลค่าประมาณ 47,820 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดเอพี 6,530 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 3,395 ล้านบาท และคอนโดร่วมทุน 41,290 ล้านบาท รับรู้ในปีนี้ประมาณ 7,750 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้จากปัจจุบันไปจนถึงปี 66
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ