Loading

อีอีซีเร่งปิดดีล 4บิ๊กโปรเจกต์ ร.ฟ.ท.นัดถกแผนจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์

วันที่ : 24 เมษายน 2562
บอร์ดอีอีซี รับทราบ 4 โครงการเร่งปิดจ็อบใน พ.ค. เผย กลุ่ม จีพีซี (กัลฟ์-พีทีทีแทงค์) เข้าวิน กทท.เจรจาต่อรอง แหลมฉบังเฟส 3 คาดสรุปผลชง ครม. ใน พ.ค. ส่วนรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ขีดเส้นต่อรองซีพีครั้งสุดท้าย 25 เม.ย. ด้านบอร์ดร.ฟ.ท.ถก 26 เม.ย.นี้ หาแนวทางผ่อนชำระหนี้ค่าโง่โฮปเวลล์ "อาคม" ยอมรับกระทบฐานะการเงิน อาจต้องรื้อแผนฟื้นฟู ร.ฟ.ท. ย้ำไม่เบรกแผนเมกะโปรเจกต์
          บอร์ดอีอีซี รับทราบ 4 โครงการเร่งปิดจ็อบใน พ.ค. เผย กลุ่ม จีพีซี (กัลฟ์-พีทีทีแทงค์) เข้าวิน กทท.เจรจาต่อรอง แหลมฉบังเฟส 3 คาดสรุปผลชง ครม. ใน พ.ค. ส่วนรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ขีดเส้นต่อรองซีพีครั้งสุดท้าย 25 เม.ย. ด้านบอร์ดร.ฟ.ท.ถก 26 เม.ย.นี้  หาแนวทางผ่อนชำระหนี้ค่าโง่โฮปเวลล์ "อาคม" ยอมรับกระทบฐานะการเงิน อาจต้องรื้อแผนฟื้นฟู ร.ฟ.ท. ย้ำไม่เบรกแผนเมกะโปรเจกต์

          นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยว่า วานนี้ (23 เม.ย.) ที่ประชุมที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบความคืบหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 4 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และอยู่ระหว่างประเมินข้อเสนอและเจรจากับกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) คาดว่าจะบรรลุข้อตกลงในการเจรจาภายใน 26 เม.ย. 2562 นี้

          โดยหลังจากนี้  การรถไฟแห่งประเทศ ไทย (ร.ฟ.ท.) จะจัดส่งร่างสัญญาร่วมลงทุนที่เจรจากับผู้ผ่านการประเมิน ให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา ขณะที่ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จะเสนอผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจาและร่างสัญญาร่วมลงทุนให้ กพอ.พิจารณา เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ คาดว่าทั้งหมดจะเสร็จในเดือน พ.ค.นี้ และลงนามสัญญาได้ต่อไป

          2. โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F มีเอกชนยื่นข้อเสนอ 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มกิจการร่วมค้า จีพีซี (กลุ่ม GPC) 2. กลุ่มกิจการร่วมค้า เอ็นซีพี (กลุ่ม NCP) ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินข้อเสนอ คาดจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ค. 62 เช่นกัน

          และ 3. โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มีผู้ยื่นข้อเสนอ 3 กลุ่ม คือ

          1. กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส (BBS Joint Venture) 2. กลุ่ม Grand Consortium 3. กลุ่มกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร โดยขณะนี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ อยู่ระหว่างการประเมินข้อเสนอ คาดประกาศผลผู้ผ่านการประเมินที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดได้ใน พ.ค. 62   4. โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 มีเอกชนยื่นข้อเสนอ 1 กลุ่ม คือ กลุ่มกิจการร่วมค้า ได้แก่ กัลฟ์และพีทีทีแทงค์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินข้อเสนอ ซึ่งจะสามารถเจรจากับภาคเอกชนได้ภายในเดือน เม.ย. 62
          นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ในวันนี้ (24 เม.ย.) ฝ่ายกฎหมายของคณะกรรมการคัดเลือก จะแจ้งให้กลุ่ม ซีพี.มาเจรจาเกี่ยวกับโครงการร่วมลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อสรุปรายละเอียดในวันที่ 25 เม.ย. ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเจรจาครั้งสุดท้าย ก่อนส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา เสนอต่อบอร์ดอีอีซี ผ่านไปยังครม.และคาดว่าจะลงนามสัญญาช่วงเดือนมิ.ย.

          เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวถึงการร่วมลงทุนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 ผลปรากฏว่า กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นพีซี ไม่ผ่านคุณสมบัติ เพราะยื่นเอกสารไม่ครบตามที่กำหนด ขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการฯจะเจรจากับกลุ่มกิจการร่วมค้าจีพีซี ในซองที่ 3 ซองปิดผนึกข้อเสนอทางเทคนิคและแผนการลงทุนโครงการ และประเมินข้อเสนอให้แล้วเสร็จและเสนอ ครม. ภายในเดือน พ.ค. 62

          คาดต้องเจรจาผ่อนจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์

          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเรียกผู้บริหารและฝ่ายอนาบาล (กฎหมาย) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการคืนเงินชดเชยให้กับบริษัท โฮมเวลล์ ว่าจะมีผลกระทบต่อ ร.ฟ.ท.อย่างไรบ้าง โดยยังไม่ได้เสนอแนวทางที่จะดำเนินการที่ชัดเจนแต่อย่างใด เพียงแต่ ร.ฟ.ท.จะต้องดูว่า วงเงินค่าชดเชยเป็นเท่าใด เพราะมีทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย พิจารณาฐานะการเงินของร.ฟ.ท. สามารถชำระได้แค่ไหน และอาจจะเจรจาผ่อนชำระ เป็นต้น

          ทั้งนี้ โครงการโฮปเวลล์เป็นนโยบายของรัฐบาล เมื่อมีผลออกมาแบบนี้ ร.ฟ.ท. สามารถเสนอขอให้รัฐช่วยเหลือค่าชดเชยด้วยก็ได้ อย่างไรก็ตาม การมีภาระหนี้เพิ่ม จากเดิมที่ ร.ฟ.ท.มีหนี้สะสมอยู่แล้วกว่า 100,000 ล้านบาท ร.ฟ.ท. อาจต้องทบทวนแผนฟื้นฟูใหม่ด้วย

          สำหรับการลงทุนโครงการต่างๆ ของ ร.ฟ.ท.นั้น  นายอาคมกล่าวว่า รัฐบาลนี้มี นโยบายในการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะมีความจำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ซึ่งจะต้องแยกส่วนกัน เพราะการลงทุนโครงการของรัฐบาลในขณะนี้จะมีผลตอบแทนนอกจากเรื่องการขนส่งแล้ว ยังมีการพัฒนาพื้นที่ซึ่งสร้างมูลค่าผลตอบแทนให้โครงการด้วย แผนได้กำหนดไว้แล้วและมีความจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
 
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ