Loading

SENAซุ่มแผนแตกไลน์ใหม่เข็น15โครงการอัพยอดโต

วันที่ : 4 มิถุนายน 2562
SENA ซุ่มดีลแตกไลน์ธุรกิจใหม่ เสริมพอร์ตรายได้ประจำ คาดชัดเจนช่วง Q3/2562 แถมเดินหน้าเปิด 15 โครงการใหม่ ปั๊ม Backlog เพิ่มจากเดิมราว 1.17 หมื่นล้านบาท กินยาวปี 2564 ส่วนปี 2562 วางเป้ารายได้ 8.27 พันล้านบาท ผู้บริหาร "ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์" วางหมากปี 2564 ยอดโอนพุ่ง 1.8 หมื่นล้านบาท
          SENA ซุ่มดีลแตกไลน์ธุรกิจใหม่ เสริมพอร์ตรายได้ประจำ คาดชัดเจนช่วง Q3/2562 แถมเดินหน้าเปิด 15 โครงการใหม่ ปั๊ม Backlog เพิ่มจากเดิมราว 1.17 หมื่นล้านบาท กินยาวปี 2564 ส่วนปี 2562 วางเป้ารายได้ 8.27 พันล้านบาท ผู้บริหาร "ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์" วางหมากปี 2564 ยอดโอนพุ่ง 1.8 หมื่นล้านบาท

          ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแตกไลน์ธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม เพื่อเสริมพอร์ตรายได้อย่างสม่ำเสมอ (Recuring Income) ให้มากขึ้น คาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ในช่วงไตรมาส 3/2562

          ปัจจุบันบริษัทมียอดขายที่รอโอน (Backlog) อยู่ที่ราว 1.17 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมภายใต้การพัฒนาของธุรกิจเองอยู่ที่ 5.7 และโครงการในรูปแบบการร่วมทุน (Joint Venture) กับพาร์ตเนอร์จากประเทศญี่ปุ่น คือ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด อีกราว 6 พันล้านบาท โดยน่าจะสามารถดำเนินการส่งมอบและรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือปีนี้ราว 4.8 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือคงทยอยต่อเนื่องไปจนถึงปี 2564

          ปีนี้รายได้ตามเป้า ขณะที่ในช่วงที่เหลือปีนี้ทาง SENA มีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 15 โครงการทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม รวมถึงโครงการ Joint Venture กับทางพาร์ตเนอร์ คือ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด คิดเป็นมูลค่ารวมราว 1.62 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างยอดขายเพิ่มเติมให้กับธุรกิจในอนาคต ซึ่งในส่วนบริษัทได้มีการจัดหาที่ดินรองรับการพัฒนาไว้เรียบร้อยแล้ว

          สำหรับผลประกอบการปี 2562 บริษัทยังคงเป้ารายได้ไว้ราว 8.2 พันล้านบาท เพราะธุรกิจมี Backlog จากโครงการในรูปแบบต่างๆ ที่รอรับรู้ในปีนี้เป็นจำนวนมาก แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม 3.5 พันล้านบาท, โครงการแนวราบ 1.8 พันล้านบาท, โครงการร่วมทุนพัฒนากับพาร์ตเนอร์คือ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด อยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท รวมถึงยังมีธุรกิจเช่าเข้าเพิ่มเติมอีก 500 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยเหล่านี้น่าจะช่วยสนับสนุนให้ภาพรวมผลงานเป็นไปตามที่ประเมินไว้ด้วย

          LTV กดดันธุรกิจ ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับมาตรคุมเข้มสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยโดยกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น บริษัทมองน่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจบ้างพอสมควร แต่เชื่อว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจากบริษัทได้มีการปรับแนวทางการขายโดยหันมามุ่งทำตลาดลูกค้าในส่วนของความต้องเพื่อการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง (เรียลดีมานด์) เพราะมองลูกค้ากลุ่มนี้ถือเป็นโอกาสของธุรกิจในอนาคต ซึ่งคงควบคู่ไปกับการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดให้เหมาะสมกับลูกค้าในส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนภาพรวมธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคตต่อไป

          "ไม่เพียงเท่านั้นในปี 2563 บริษัทคาดยอดโอนโครงการคงขยับเพิ่มเป็น 1.3 หมื่นล้านบาท และในปี 2564 คงเติบโตเป็น 1.8 หมื่นล้านบาท ผลมาจากมีโครงการทั้งแนวราบและคอนโดที่รอรับรู้มากขึ้น ซึ่งตัวเลขส่วนนี้นั้นยังไม่ได้มีการหักสัดส่วนการโอนจากโครงการร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์แต่อย่างใด ส่วนในแง่พอร์ตรายได้ประจำหรือ Recuring Income คงจะพยายามรักษาให้อยู่ในระดับที่ 10% ภายใน 3 ปีข้างหน้า แม้รายได้จากธุรกิจขายจะเติบโตค่อนข้างเร็วก็ตาม" ผศ.ดร.เกษรากล่าว
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ