Loading

ศก.โลกกระทบอสังหาฯใต้ 4 จังหวัดหน่วยเหลือขาย 8 หมื่นล้าน

วันที่ : 13 พฤศจิกายน 2562
เรียกได้ว่าสงครามการค้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันระหว่างจีนกับสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยมากพอสมควร ภาพรวมของทุกภูมิภาคเริ่มซบเซา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาคใต้เช่นเดียวกัน หลายปัจจัยทำให้เกิดภาวะชะลอตัวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
        เรียกได้ว่าสงครามการค้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันระหว่างจีนกับสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยมากพอสมควร ภาพรวมของทุกภูมิภาคเริ่มซบเซา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาคใต้เช่นเดียวกัน หลายปัจจัยทำให้เกิดภาวะชะลอตัวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
        "ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์" ผู้ตรวจการธนาคารและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากการสำรวจในช่วงครึ่งแรกปี 2562 ในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช นับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย ที่อยู่ระหว่างขาย 473 โครงการ เหลือขายจำนวน 16,529 หน่วย คิดเป็นมูลค่ากว่า 81,655 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ร้อยละ 4.4 แต่จำนวนหน่วยเหลือขายและมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.2 และร้อยละ 11.0 ตามลำดับ (ครึ่งแรกปี 2561 มี 495 โครงการ หน่วยเหลือขาย 14.34 หน่วย มีมูลค่า 73.584 ล้านบาท)
        แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 310 โครงการ เหลือขาย 10,075 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 38,872 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการและมูลค่าลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ร้อยละ 3.7 และร้อยละ 2.9 ตามลำดับ แต่จำนวนหน่วยเหลือขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 (ครึ่งแรกปี 2561 มี 322 โครงการ มีจำนวนหน่วยเหลือขาย 9,711 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 40,019 ล้านบาท) และโครงการอาคารชุดมีจำนวน 100 โครงการ มีหน่วยเหลือขาย 6,031 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 29,814 ล้านบาท
        จำนวนโครงการลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ร้อยละ 9.9 แต่จำนวนหน่วยเหลือขายและมูลค่าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40.2 และร้อยละ 1.5 ตามลำดับ (ครึ่งแรกปี 2561 มี 111 โครงการ มีจำนวนหน่วยเหลือขาย 4,302 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 21,065 ล้านบาท) สำหรับโครงการวิลล่ามีจำนวนโครงการ 63 โครงการ มีหน่วยเหลือขายจำนวน 423 หน่วย คิดเป็นมูลค่าขาย 12,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ร้อยละ 1.6 ร้อยละ 27.0 และร้อยละ 3.8 ตามลำดับ (ครึ่งแรกปี 2561 มี 62 โครงการ มีจำนวนหน่วยเหลือขาย 333 หน่วย มีมูลค่าเหลือขาย 12,500 ล้านบาท)
        พืชเกษตรตก-ฉุดอสังหาฯปี'63
        ด้านประมาณการอุปทานเหลือขายที่อยู่อาศัยในตลาดภาคใต้ ปี 2563 มีจำนวนหน่วยเหลือขายประมาณ 12,004 หน่วย เป็นบ้านจัดสรรประมาณ 8,416 หน่วย คิดเป็น 70.1% อาคารชุด 3,588 หน่วย คิดเป็น 29.9% หน่วยที่มีมากที่สุด คือ อาคารชุด 29.9% รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว 28.7% บ้านแฝด 19.7% ทาวน์เฮาส์ 18.6% ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์ จังหวัดภูเก็ตมีจำนวนหน่วยเหลือขายประมาณ 5,277 หน่วย เป็นบ้านจัดสรรประมาณ 2,262 หน่วย คิดเป็น 42.9% อาคารชุด 3,015 หน่วย คิดเป็น 57.1% รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์ 19.4% บ้านแฝด 11.9% บ้านเดี่ยว 10.8% ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์ จังหวัดสงขลามีจำนวนหน่วยเหลือขายประมาณ 2,814 หน่วย บ้านจัดสรรประมาณ 2,376 หน่วย คิดเป็น 84.4% อาคารชุด 438 หน่วย คิดเป็น 15.6% และหน่วยที่มีมากที่สุด คือ บ้านเดี่ยว 38.7% รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์ 24.6% บ้านแฝด 16.8% อาคารชุด 15.6% ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์
        จังหวัดสุราษฎร์ธานี เหลือขายประมาณ 2,597 หน่วย เป็นบ้านจัดสรร 2,495 หน่วย คิดเป็น 96.1% อาคารชุด 102 หน่วย คิดเป็น 3.9% มีมากที่สุดคือบ้านเดี่ยว 45.3% รองลงมาเป็นบ้านแฝด 36.2% ทาวน์เฮาส์ 14.0% อาคารชุด 3.9% ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์ และจังหวัดนครศรีธรรมราช มีหน่วยเหลือขายประมาณ 1,316 หน่วย เป็นบ้านจัดสรร 1,283 หน่วย คิดเป็น 97.5% อาคารชุด 33 หน่วย คิดเป็น 2.5% หน่วยที่มีมากที่สุด คือ บ้านเดี่ยว 46.2% รองลงมาเป็นบ้านแฝด 24.9% อาคารพาณิชย์ 14.8% ทาวน์เฮาส์ 11.6% ที่เหลือเป็นอาคารชุด
        "รายได้ของคนส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดพึ่งพาภาคเกษตรเป็นหลัก ภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อผลผลิตราคาตก ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน ส่งผล กระทบต่อยอดขายอสังหาฯในภาคใต้ไม่ค่อยดี รายได้ประจำคนจะเก็บไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนรายได้จากการเกษตรจะใช้ผ่อนบ้านและที่อยู่อาศัย แต่บางจังหวัดขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยว ส่วนที่มีปัญหาทำให้นักท่องเที่ยวหาย ต้องดูกันไปว่าเศรษฐกิจภาพรวมจะ เป็นอย่างไรต่อไป"
        เศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบ
        "ธีระพร ศรีรัตน์" ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคใต้ กล่าวว่า โครงสร้างทางเศรษฐกิจของภาคใต้ในปัจจุบันขับเคลื่อนโดยภาคเกษตรเพียง 20% ขณะเดียวกันภาคการท่องเที่ยวเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นกว่า 14% ถัดมาจะเป็นภาคอุตสาหกรรมการแปรรูปเกษตร ฉะนั้นแนวโน้มเศรษฐกิจภาคใต้จะมีปัจจัยจากภาครัฐเข้ามาสนับสนุน ทำให้การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวได้เล็กน้อย แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการค้าที่ไม่รู้ว่าจะรุนแรงและยาวนานมากน้อยแค่ไหน มีการลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาจนทำให้ค่าเงินบาทแข็ง เป็นภาพที่ภาคอสังหาริมทรัพย์จะต้องเผชิญเพราะความต้องการจากต่างชาติจากลูกค้าหลักอย่าง จีน ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาซื้ออสังหาฯคนไทยชะลอตัวลง ตั้งแต่ไตรมาส 1-2
        ฉะนั้น ภาพรวมของอสังหาฯใต้ยังคงสอดคล้องกับเศรษฐกิจในภาคใต้ ที่ต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศค่อนข้างมาก ฉะนั้นช่วงไหนเศรษฐกิจโลกดี ภาคใต้ก็จะดีด้วย หากเศรษฐกิจโลกซบเซาก็จะมีผลกระทบ ซึ่งในระยะ 8 เดือนแรกของปี 2562 เศรษฐกิจในภาคใต้ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมติดลบ 3.1% ดีมานด์ความต้องการจากต่างประเทศชะลอตัว ทำให้เราชะลอตัวไปด้วย นักท่องเที่ยวก็ลดลงไป 4% แม้ราคาสินค้าเกษตรยังขยายตัวอยู่ 5.2% แต่ภาพรวมการใช้จ่ายภาครัฐและการส่งออกยังชะลอตัวลง ทำให้กำลังซื้อไม่เข้มแข็งจนการใช้จ่ายน้อยลง
        "อย่างไรก็ตาม ภาพชัดเจนว่า อสังหาฯแนวราบโต 30% แนวดิ่งติดลบค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่อยู่ที่ภูเก็ต แต่โดยภาพกว้างยังไปได้ หากดูสินเชื่อแยกรายจังหวัดจะเห็นว่าที่ชะลอตัวจะเป็นสุราษฎร์ธานี ส่วนที่พอไปได้ จะเป็นสงขลา นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ส่วนพื้นที่ก่อสร้างบ้านเดี่ยวกับทาวน์เฮาส์หดตัว อาคารชุดก็หดตัว มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่บ้านแฝดเติบโตขึ้น"
 
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ