Loading

ธอส.ตะลุยปล่อยกู้อุ้มคนจน

วันที่ : 12 พฤศจิกายน 2561
ธอส.ตั้งเป้าหมายสิ้นปีปล่อยกู้ช่วยคนจนมีบ้านราคาไม่เกิน 2 ล้าน ทะลุ 1 แสนราย เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน หนุนเกณฑ์คุมกู้บ้าน ธปท.แจงไม่กระทบพอร์ตแบงก์ เหตุไม่เน้นปล่อยกู้คนหลายบ้านเก็งกำไร พร้อมโชว์ผลงาน 9 เดือน ปล่อยสินเชื่อแล้ว 1.6 แสนล้านบาท ด้านเอกชนมองเกณฑ์คุมกู้บ้านไม่กระทบธุรกิจรับสร้างบ้าน เหตุปลูกเพื่ออยู่เองไม่ได้เป็นการเก็งกำไร
          ตั้งเป้าแสนรายมีที่อยู่อาศัย เกณฑ์คุมสินเชื่อไม่กระทบ

          ธอส.ตั้งเป้าหมายสิ้นปีปล่อยกู้ช่วยคนจนมีบ้านราคาไม่เกิน 2 ล้าน ทะลุ 1 แสนราย เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน หนุนเกณฑ์คุมกู้บ้าน ธปท.แจงไม่กระทบพอร์ตแบงก์ เหตุไม่เน้นปล่อยกู้คนหลายบ้านเก็งกำไร พร้อมโชว์ผลงาน 9 เดือน ปล่อยสินเชื่อแล้ว 1.6 แสนล้านบาท ด้านเอกชนมองเกณฑ์คุมกู้บ้านไม่กระทบธุรกิจรับสร้างบ้าน เหตุปลูกเพื่ออยู่เองไม่ได้เป็นการเก็งกำไร

          นายฉัตรชัย ศิริไล กรรม การผู้จัดการ ธนาคารอาคารสง เคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายจะปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้ น้อยและปานกลางให้มีที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านหลังแรกของตัวเองในวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท ได้มากกว่า 1 แสนราย จากช่วง 9 เดือนปล่อยไปได้แล้ว 7.93 หมื่นราย เติบโต 19.75% จากปีก่อน

          ส่วนกรณีธนาคารแห่งประ เทศไทย (ธปท.) ประกาศหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่เพิ่มเติม มองว่าเป็นเรื่องดี เพราะ ธปท.มีการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและนำไปปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้ผ่อนคลายในหลายจุด ซึ่งช่วยลดผลกระทบและทำให้ประชาชน ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และสถาบันการเงินได้มีเวลาปรับตัวได้มากขึ้น ส่วนผลกระทบกับลูก ค้า ธอส.จะมีบ้าง แต่ไม่มากนัก โดยธนาคารได้วางมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เหมาะสม โดยเน้นปล่อยกู้ให้ผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงเป็นบ้านหลังแรกหรือหลังที่สอง ไม่ได้ส่งเสริมให้ ประชาชนก่อหนี้เกินความจำเป็นหรือเก็งกำไร

          สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 2561 ธนาคารปล่อยกู้ใหม่ได้ 1.61 แสนล้านบาท จำนวน 1.31 แสนบัญชี เพิ่มขึ้น 36.25% ส่งผลให้มียอดสินเชื่อคงค้างรวม 1.09 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.15% ส่วนสินทรัพย์รวมมี 1.14 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.47% เงินฝากรวม 9.17 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.90% และมีกำไรสุทธิ 9.64 พันล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ระดับแข็งแกร่งที่ 13.87% สูงกว่าอัตราเงินกอง ทุนขั้นต่ำ 8.50% ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มี 4.82 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4.4% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้านี้ หลังธนาคารจัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าให้กลับมามีสถานะปกติ เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ต่อไป

          นางศิริพร สิงหรัญ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผย ว่า ในปีนี้คาดว่าภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านยังเติบโตได้ในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะทำเลใน กทม.และปริมณฑล ส่วนของกรณีที่ ธปท.ประกาศหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่เพิ่มเติมนั้น เชื่อว่าไม่มีผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจรับสร้างบ้าน เนื่องจากเป็นการปลูกสร้างเพื่อการอยู่อาศัย บนที่ดินของตนเอง ไม่ได้เป็นการสร้างเพื่อเก็งกำไร อีกทั้งการขอสินเชื่อใช้ทั้งที่ดินและบ้านที่จะปลูกสร้าง เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนั้นวงเงินที่ให้ตัวบ้าน 100% และวงเงินเพื่อสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับบ้านอีก 30% ซึ่งไม่ถึง 80% ของมูลค่าหลักทรัพย์รวม และที่ผ่านมาผู้กู้สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านเอง ไม่พบการเกิดหนี้เสีย
 
ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ