Loading

การเคหะแห่งชาติยุค4.0 จากบ้านคนจนสู่สมาร์ทซิตี้

วันที่ : 28 ธันวาคม 2559
การเคหะแห่งชาติยุค4.0 จากบ้านคนจนสู่สมาร์ทซิตี้

โชคชัย สีนิลแท้

ประกาศวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) คนที่ 18 ที่ต้องการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้เข้าสู่ยุคใหม่ ตามสโลแกน "โปร่งใส ทันสมัย ใส่ใจประชาชน" สนองนโยบายรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0 เพื่อสร้างสมาร์ทซิตี้

ธัชพล กล่าวว่า ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 10 ปี (2559-2568) โดยคาดว่าจะมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยรวมกว่า 2 หมื่นยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 1.5 แสนล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2560 จะผลักดัน 5 โครงการหลัก ดังนี้ 1.โครงการเคหะชุมชนมี 2 ประเภท ประกอบด้วยประเภทเช่า ได้แก่ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงแปลงจี จำนวน 334 ยูนิต คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จเดือน มิ.ย. 2561 หลังจากนั้นจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติจัดทำโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงต่อเนื่อง เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมในระยะ 2, 3 และ 4 จำนวน 6,212 ยูนิต ภายในเดือน ส.ค.-ก.ย. 2560 ส่วนประเภทเช่าซื้อ ได้แก่ โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 ปี 2559 จะนำเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติ 22 โครงการ 7,233 ยูนิต ภายในเดือน มี.ค. 2560

2.โครงการบ้านข้าราชการแบ่งออกเป็น  2 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านสวัสดิการข้าราชการ (เช่าซื้อ) จะนาเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติจำนวน 3,000 ยูนิต ภายในเดือน ก.ย. 2560 และโครงการบ้านพักข้าราชการ 1 หมื่นยูนิต จะนำเสนอ ครม.ภายในเดือน ก.ย. 2560

3.โครงการบ้านเคหะประชารัฐ สำหรับผู้มีรายได้น้อยในปี 2560 กำหนดเป้าหมายขาย 12,754 ยูนิต ประกอบด้วย โครงการบ้านพร้อมอยู่ 6,822 ยูนิต และโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง (พร้อมอยู่ภายใน 18 เดือน) จำนวน 5,932 ยูนิต 4.โครงการบ้านกตัญญู เพื่อส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันครอบครัว โดยจะดำเนินการพัฒนา 2 โครงการ ในพื้นที่ จ.นนทบุรี (วัดพระเงิน) เป็นอาคารพักอาศัยสูง 5 ชั้น จำนวน 352 ยูนิต และ จ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้

และ 5.โครงการพัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ที่ได้พัฒนาโครงการมาแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยจำนวน 100 ชุมชน

ทั้งนี้ โครงการของ กคช.ที่ผ่านมา จะเน้นการลงทุนเองและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ต่อไปจะมีโมเดลใหม่เพื่อให้พัฒนาโครงการได้เร็วขึ้น เช่น การลงทุนร่วมกับเอกชนในที่ดินแปลงที่มีศักยภาพ การนำโครงการให้เช่าที่มีอยู่มาแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (ซีเคียวริไทเซชั่น) หรือนำโครงการให้เช่าที่มีอยู่ จัดตั้งเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือพร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ เพื่อระดมทุนในการพัฒนาโครงการต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ  เช่น กระทรวงพลังงาน เพื่อพัฒนาโครงการโซลาร์รูฟ โดยผู้อยู่อาศัยในโครงการจะจ่ายค่าไฟฟ้าถูกกว่าปกติ  ขณะเดียวกันยังพัฒนาโครงการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดย 10% ของอาคาร บริเวณชั้น 2-3 ของแต่ละอาคาร จะพัฒนาเป็นห้องรูปแบบยูนิเวอร์ซัลดีไซน์ หรือใช้งานได้หลากหลายช่วงวัย รวมทั้งการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่จะพัฒนาทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังมีแผนที่จะจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (วันสต็อปเซอร์วิส) เพื่อบริการประชาชน โดยจะมีการเชื่อมต่อข้อมูลออนไลน์ทุกโครงการของ กคช.ทั่วประเทศ

"ผมตั้งเป้าหมายที่จะให้ กคช.เป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่เพียงแต่สร้างที่อยู่อาศัย แต่ต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างอนาคตให้กับคนในชุมชนให้เติบโตต่อเนื่อง"

อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ 2560 คาดว่าจะมีรายได้และกำไรเติบโตเพิ่มขึ้น จากปีงบประมาณ 2559 ที่ผ่านมา กคช.มีรายได้ 7,200 ล้านบาท กำไร 572 ล้านบาท จากปีงบประมาณ 2558 ที่มีรายได้ 7,600 ล้านบาท กำไร 415 ล้านบาท และจะมีการบริหารหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เข้มงวดมากขึ้น รวมไปถึงมีการส่งเสริมให้ลูกบ้านมีการฝากเงินอย่างต่อเนื่องในแต่ละเดือนและใช้การตัดยอดหนี้จากเงินฝาก เป็นต้น เหล่านี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่สร้างการเปลี่ยน แปลงให้การเคหะแห่งชาติ

ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 10 ปี (2559-2568) ตั้งเป้า จะพัฒนาที่อยู่อาศัยรวมกว่า 2 หมื่นยูนิต มูลค่าโครงการ

กว่า 1.5 แสนล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2560 จะผลักดัน  5 โครงการหลัก

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ